ราได้สูตรลดสิวมาใหม่ นางเป็นเจลล้างหน้าสูตรคุมมันลดสิว FACELABS ใช้คู่กับเจลแต้มสิว เพอร์เฟกมาก สิวลดหน้าก็ไม่มัน ผิวใสขึ้น ลดการเกิดสิว เห็นผลไวมาก

Source : Savitree_review

เราจะไม่ยอมเป็นสาวน้อยหน้ามันอีกต่อไป เพราะเราเจอเจลล้างหน้าดีๆที่เหมาะกับเราเเล้ว นั่นก็คือ FACIAL CLEANSER PUREGEL No.3 for Oily Skin เจลล้างหน้าที่ทำมาเอาใจคนที่เป็นสิว

Source : __baifern

เจลล้างหน้าของ Facelabs เป็นitemที่สาต้องพกติดตัวตลอด ตั้งแต่ที่เริ่มใช้มาผิวหน้าชุ่มชื่นขึ้นมากเพราะเค้ามีมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้น

Source : sa.spp

เคล็บลับผิวใสของเข็มต้องตัวนี้เลย Facelabs Facial Cleanser Pure Gel หลังจากที่เข็มใช้เจ้าตัวนี้รู้สึกว่าผิวหน้าชุ่มชื้นมาก ผิวนุ่มขึ้น แล้วมันทำให้สิวยุบด้วย

Source : Praiya Jitnantakul

สาวๆที่เป็นสิว ผิวมัน แพ้ง่าย น้ำแนะเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนของ Facelabs ตัวนี้เลยค่า เขาช่วยลดสิวและคุมมันตลอดวันได้ดีมากๆ

Source : Nam Nam Bazoom

หลังจากได้ลองใช้เจลล้างหน้า Facelabsสูตร oily skin แล้วรู้สึกว่าหน้ามันน้อยลงแต่ยังคงความชุ่มชื้นให้ผิว สิวอักเสบและสิวผดลดลงเห็นได้ชัด

Source : Yaya Sxb

เเอมป์มีเจลล้างหน้ามาเเนะนำนะคะ เป็นเจลเนื้อใส ผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบายมากเลยค่ะ แอมป์ใช้แล้วไม่เเพ้ ไม่ระคายเคืองผิวสักนิด

Source : Natthawipa Amonphongchai

เจลล้างหน้าที่ชอบตัวนี้เลย FACELABS สูตรที่ส้มใช้คือ No.3 สำหรับผิวมันแพ้ง่ายใช้แล้วทั้งคุมมันแถมหน้าไม่แห้งตึงแต่ยังคงความชุ่มชื้นไว้อีกด้วยเพอร์เฟคขนาดนี้

Source : Nam Som

เจลล้างหน้าของ #Facelabs คือดีจริงๆนะ หมดแล้วซื้อซ้ำอ่ะเอาดีๆ เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และเป็นอะไรที่อ่อนโยนแต่สะอาดสุดๆ

Source : พลอยย ย.

ออยเป็นคนผิวผสมแต่ไปทางค่อนข้างแห้ง ช่วงก่อนแต่งหน้าแล้วผิวเป็นคราบแห้งแตก มีคนแนะนำลองมาใช้ตัวนี้ พอได้ลองใช้แล้วติดใจมาก

Source : Aoii Natthi

ใช้ดีไม่เเพ้อีกด้วยใช้แล้วหน้านุ่มๆผิวไม่แห้งตึง เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี ล้างแล้วรู้สึกหน้าสะอาด ออมใช้สูตร 01 สำหรับผิวเเห้ง-แพ้ง่าย ตามหาได้ที่ วัตสัน นะคะ

Source : Intira Aom

เจลล้างหน้าลูกรักตัวนี้ อันที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้5555 อ่อนโยนมากกก ไม่มีฟอง ปกติแล้วหน้าเมย์แพ้ง่ายมากๆ ลองมาหลายตัวแต่ตัวนี้คือดีจริง

Source : ugmii

ปกติเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายมากค่ะ หลังใช้เจลล้างหน้าของFacelabsไป รู้สึกได้เลยว่าหน้าสะอาด ชุ่มชื้น แถมยังเป็นเจลล้างหน้าที่ไม่มีฟองด้วยน้า ไม่ระคายเคืองเลย

Source : Som’o Thanyachanok

เจลล้างหน้า#facelabs ตัวนี้แอบใช้ดีแหะ คุมมันได้อยู่หมัดมากๆ ตั้งแต่ใช้สิวยุบลงเยอะเลยอ่ะ หลังล้าง รู้สึกสดชื่น เย็นๆ ผิวดีน๊า ใครสนใจ ไปตำได้ที่ shopee

Source : นาว กัญญาวีร์ แก้วทองคำ

ลองใช้เจลล้างหน้า ของ Facelabs No.2 รู้สึกได้ว่าหน้ามันน้อยลง ปกติช่วง T zone จะมันมาก แต่หน้าก็ไม่แห้งไม่ลอก ยังมีความชุ่มชื้น ลดความมัน แถมสิวไม่มากวนใจอีกด้วย

Source : Sudarat Ngoemsanthia

ใครที่มีผิวแพ้ง่าย ผักบุ้งแนะนำเจลล้างหน้า facelabs สูตร hypersensitive skin สำหรับผิวแพ้ง่ายพิเศษ ใช้แล้วหน้าไม่แห้งตึงและไม่ระคายเคืองเลย อ่อนโยนมากๆ

Source : Pakkaporn Phatong

ได้ลองใช้เจลล้างหน้า #facelabs สูตร No.3 สำหรับผิวมัน-แพ้ง่าย จะบอกว่าเป็นเจลล้างหน้าที่ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ดีมากๆ

Source : 0f2.8

ปกติเป็นคนผิวหน้ามัน ได้ลองใช้FACELABS FACIAL CLEANSER PURE GEL No.3 for Oily Skin รู้สึกว่าช่วยเรื่องคุมมันและลดสิวได้ดีทั้งสิวผด สิวอักเสบ สิวอุดตัน ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ

Source : dream__mii

ตั้งแต่ได้ลองเจลล้างหน้า Facelabs No.2 for Normal Skin ก็ลืมปัญหาผิวแห้งลอกและปัญหาหน้ามันไปเลย

Source : guiguitargg

เค้าชอบเจลล้างหน้าตัวนี้มาก คือเป็นสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษ✨ ยิ่งใช้ผิวยิ่งชุ่มชื้น อ่อนโยนมากๆ

Source : bam__nwp

แทนเป็นคนผิวผสม และหาเจลล้างหน้ายากมาก ที่จะเหมาะกับผิวตัวเองจนมาเจอเจ้าตัวนี้ แบรนด์ facelabs แทนลองแล้วคุมมันดีมาก สิวไม่ขึ้นเลยนะ

Source : tantan.xo

ทุกคนนน อากาศหนาวๆ เย็นๆ ร้อนๆ 🌨☀️แบบนี้ผิวกี้แห้งง่ายมาก กี้เลยลองซื้อเจลล้างหน้าของ facelabs

Source : cookiepavisa

ใครมีผิวผสมเหมือนเราบ้าง ทั้งหน้าผาก จมูก คาง มันแผล่บๆ ไหนจะสิวขึ้นหน้าลอกอีก มีเพื่อนแนะนำให้ลองใช้ FACELABS

Source : Noon Boonyawee

พู่เป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เวลาแต่งหน้าหนักๆ หรือโดนสารเคมีบางอย่างจะเริ่มมีอาการแดงคัน และสิวขึ้นง่ายมาก เลยเลือกใช้เจลล้างหน้า ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน

Source : Chompoo Punnapha

เเกเอ้ยย เมื่อเช้าใช้เจลตัวนี้ล้างหน้าดู ผิวดีมาก ไม่เเห้ง ชุ่มชื้นสุด ผิวดูสุขภาพดีมาก ไม่เอี๊ยด ดีดีดีดี

Source : ms_sisipi

เห็นรีวิวเยอะมากตัวนี้ เจลล้างหน้า FACELABS ในที่สุดก็โดนตกจนได้ ญาดาใช้สูตรผิวมันแพ้ง่าย

Source : adaymoodd

เจลล้างหน้าประจำตัวหมดแล้วต้องซื้อซ้ำ ส่วนตัวเป็นคนผิวมันเราชอบตรงที่ใช้แล้วรู้สึกผิวสะอาดแต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าแห้งเลยนะ

Source : Mild_MicIdol

เพื่อนๆช่วงนี้หมี่แต่งหน้าแทบทุกวันเลยค่ะทำให้ผิวหน้าช่วงทีโซน

Source : mutmeemee3

เป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน โดยเฉพาะแถวทีโซน แถมต้องใส่แมสก์ทั้งวัน หมักหมมมาก

Source : pocky_pjr

Q: เป็นสิวแต่ไม่อยากไปหาหมอ ใช้อะไรดี?

Source : _tourny

ใครที่เป็นสิวผิวมันบอกเลยว่าห้ามพลาด เราใช้เจลล้างหน้า Facelabs

Source : fonstarrr

แนะนำ Facelabs Facial Cleanser Pure Gel อันนี้เป็นสูตรสำหรับผิวมันน้า เราชอบนะ เพราะเนื้อเจลเขาค่อนข้างเข้มข้นเลยแต่ล้างสะอาดมากเลยอะ

Source : memydaygirl

เจอเจลล้างหน้าของ FACELABS เป็นเจลล้างหน้าอีกตัวที่แนะนำเหมาะกับคนที่ผิวหน้ามัน และมีสิวเป็นผดผื่น

Source : noonnoiireview

มาแนะนำเจลล้างหน้า คือเราชอบที่แบบน้องเป็นเนื้อเจลไม่มีฟอง แต่ล้างออกมาแล้วรู้สึกสะอาดหน้าสุด ไม่มัน แต่ก็ไม่เอี้ยด

Source : pungiireviewx

แนะนำเจลล้างหน้าที่ใช้ทุกวัน ของ Facelabs สูตรสำหรับคนผิวมันตัวนี้ เรามาใช้ตลอด หน้ามันน้อยลง

Source : belle_chd

ตามหาเจลล้างหน้าแบบนี้มานานแล้ว ไม่มีฟองไม่ทำให้ผิวแห้ง ล็อคความชุ่มชื้น แถมไม่มีสารที่ทำให้แพ้

Source : yingpeereview

ตัวนี้คือต้องมีติดห้องน้ำไว้ค่าทุกคน เจลล้างหน้า FACELABS No.3 เหมาะสำหรับผิวมันแพ้ง่าย

Source : moomheereview

ก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยเจลล้างหน้าของ Facelabs แบบเนื้อเจล แนะนำมากๆสำหรับคนเป็นสิวผิวเเพ้ง่าย

Source : nnannie_e

ชอบเจลล้างหน้า facelabs no.2 มากก เค้าเป็นเนื้อเจลใสๆ ไม่มีกลิ่นไม่มีน้ำหอม อ่อนโยน สิวไม่ขึ้น

Source : waiiprd

เคล็ดลับสิวแห้งไว ลดการเกิดสิวใหม่

Source : MindFinlay

เห็นรีวิวมาเยอะ ถึงเวลามาลองเองบ้าง เจลล้างหน้า facelabs เราใช้สูตรผิวแห้ง

Source : jellllnrr

ไปเที่ยวไหนก็พกเจลล้างหน้าตัวนี้ไปใช้ตลอดเลย FACELABS เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวแพ่ง่าย

Source : Suphamass

วันนี้ไปเดินวัตสัน เลยสอยเจลล้างหน้าของ facelabs

Source : _warinthips

ช่วงนี้หน้าแพ้ง่ายมากเลยแม่ นิดหน่อยผดก็เห่อ สิวก็ขึ้น ได้มาเจอเจลล้างหน้าของ #Facelabs

Source : wi_wireviews

ช่วงนี้ในแมสทุกวันแล้วฉันแพ้แมสหนักมากสิวผดเม็ดแดงๆขึ้นมาเต็มแก้มเลยเธอเอ้ย

Source : Pakpaojaoka

ใครมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง ลอกเป็นขุยบ่อยๆ ใช้เจลล้างหน้า Facelabs สูตร Pure Gel No.1 นี้เลย

Source : DiaryDearly

บอกก่อนว่าเราเป็นคนไม่ค่อยแพ้อะไรเลย ผิวผสมค่อนไปทางแห้งมากกว่า ช่วงนี้ก็คือใช้เจลล้างหน้าของ Facelabs

Source : imchabaa

วันนี้จะมาบอกต่อไอเทมสำหรับคนผิวแห้ง ปกติเราเป็นคนผิวผสม แต่จะหนักไปทางแห้งมากกว่า

Source : Newkigeegy

เจลล้างหน้าที่ #ถูกและดี ต้องตัวนี้เลย น้อนคือ 𝗙𝗔𝗖𝗜𝗔𝗟 𝗖𝗟𝗘𝗔𝗡𝗦𝗘𝗥 𝗚𝗘𝗟 𝗡𝗢.𝟭 เหมาะสำหรับผิวแห้ง-แพ้ง่าย

Source : aniiteryy

เจลล้างหน้าตัวโปรดเลย ใช้มาหลายหลอดมากของ #facelabs สูตรผิวแห้ง-แพ้ง่าย

Source : achreview

คู่หูกู้ผิวแห้งที่ต้องมีติดบ้านไว้จริงๆ เราผิวแห้งชอบเจลล้างหน้าของ #Facelabs มาก เนื้อเจลใส ไม่มีฟองแต่ล้างหน้าได้สะอาด

Source : reviewwhateverr

เจลล้างหน้า Facelabs ตัวนี้เค้าชอบมาก นางไม่มีฟอง ทำให้เวลาล้างจะล้างออกง่ายมากๆ

Source : firstfsttreview

สาวๆผิวมันมารวมกันตรงนี้ เจลล้างหน้าFACELABS เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสูตรสำหรับสาวผิวมันแพ้ง่ายโดยเฉพาะ​

Source : thisisoleang

ใครที่ผิวมันและแพ้ง่าย​ ต้องโดน​ Facelabs Cleanser Pure​ Gel​ หลอดสีฟ้า-ขาว ตกละแหละ

Source : wch_reviews

เจลล้างหน้า #FACELABS เค้าใช้สูตร oily skin สำหรับคนผิวมัน-เป็นสิว ใช้แล้วคุมมันดีนะ ผิวหน้าก็สะอาด

Source : delardollar

แกมันดีมาก ปกติไม่ค่อยชอบใช้แบบเจลล้างหน้าเท่าไหร่ เหมือนมันล้างไม่ค่อยสะอาด แต่ตัวนี้โอเคเลย

Source : puthaireview

หมดแล้วจ้าตัดหลอดอีกแล้วจ้า Facial Cleanser Pure Gel No.3 ตัวนี้จะเน้นเรื่องคุมมันซึ่งเราชอบมาก ช่วยลดพวกสิวอักเสบ สิวอุดตัน ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง

Source : HN_PP08

ช่วงนี้รู้สึกว่าหน้าตัวเองมันมาก และมีสิวเยอะขึ้นเลยไปสอยเจลล้างหน้าของ #FACELABS มาใช้

Source : duangreview

แมสก์ทำพิษเลยต้องหาไอเทมมาปกป้องใบหน้าแสนสวย(?)ของตัวเอง ตอนนี้ใช้เจลของ #facelabs เน้นเรื่องคุมมัน ลดสิวได้ดี

Source : HoneyzBenya

เจลล้างหน้าที่ชอบมากช่วงนี้ ตอบโจทย์หน้ามัน เป็นสิว แพ้ง่าย อย่างเรามาก

Source : hwapunch

มาแชร์ Set ก่อน-หลังล้างหน้าลูกรักช่วงนี้

Source : moohann_

นี่คือเซตคุมมันของเราในวันปกติแบบไปเรียน ล้างหน้าด้วยเจลของ facelabs อ่อนโยนมากๆ

Source : sinaomsinx

เจลล้างหน้าของ Facelabsคือดี เนื้อจะเป็นเจลสีใสๆ ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำหอม

Source : parisisreview

How to ผิวใสทะลุแมสก์


ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าแมสก์ (mask) หรือหน้ากากอนามัย กลายเป็นไปเทมประจำตัวที่ต้องมีกันทุกคน และต้องใส่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา เมื่อใส่นานๆ เข้า บางคนก็จะเจอปัญหาสิวเห่อ สิวผด สิวอุดตัน ไม่แต่งหน้าก็แล้ว ผื่น รอยแดง อาการคันก็ยังมีมาให้กวนใจ ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ด้วยแล้ว ผิวหน้าที่แห้งอยู่แล้วก็จะยิ่งอ่อนแอลงไปอีก

สิวผด สิวอุดตัน ผื่นคันและรอยแดง จากการใส่แมสก์ เกิดจากอะไร…

ความอับชื้น จากการไอ จาม หรือเหงื่อที่สะสมตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อราและแบคทีเรีย เป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้

การอุดตัน พวกเมคอัพต่างๆ มักทำให้หน้าเกิดสิวอุดตันได้ง่ายขึ้น เพราะส่วนผสมส่วนใหญ่คือน้ำมัน เป็นการเพิ่มความมันบนใบหน้า ยิ่งเจอยิ่งเผชิญกับฝุ่นและมลภ­าวะในแต่ละวันก็ยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวง่ายขึ้น

การเสียดสี การใส่แมสก์ตลอดเวลาอาจทำให้เกิดการแดง คัน เป็นผื่นได้ เพราะผิวเกิดการเสียดสีตลอดเวลา ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง นำไปสู่ผิวแพ้ระคายเคืองได้ง่ายนั่นเอง

How to ดูแลผิวให้สวย ใส ทะลุแมสก์

  • ล้างหน้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นการลดการสะสมของสิ่งสกปรก ความมัน และเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดสิวที่ดีที่สุด อย่าง Facelabs Facial Cleanser Pure Gel ที่ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เพิ่ม ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา เพื่อให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง ลดผิวแห้ง ลอก เป็นขุย และคันจากการเสียดสีของแมสก์และผิวหน้า อย่าง Facelabs Oil Free Moisturizer ที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน
  • ไม่ใช้แมสก์ซ้ำ ควรเปลี่ยนทุกวัน ถ้าเป็นแมสก์ผ้าควรมีการซักทุกครั้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
  • ถ้าเกิดสิวขึ้นแล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ช่วยไปลดการอุดตันของรูขุมขน อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดความมัน อย่าง Facelabs Acne Lotion

การทำความสะอาดผิวหน้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน พร้อมการบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นและแข็งแรงอยู่เสมอ เป็นขั้นตอนง่ายๆ เพื่อให้ผิวสวยใสทะลุแมสก์ ใส่นานแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวหน้าพัง

NEW YEAR NEW YOU 2021 ผิวสวยสุขภาพดีกับ FACELABS ลดสูงสุด 35%

 

 ช้อปเลย

รายละเอียดเงื่อนไขโปรโมชัน
– โปรโมชันนี้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับโปรโมชันลดราคาสมาชิก 10% ได้
– โปรโมชันนี้เริ่มตั้งแต่ 1 – 31 มกราคม 2564
– โปรโมชันนี้เฉพาะการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ www.facelabs.co.th เท่านั้น
หมายเหตุ: บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชันโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจาก Facelabs Thailand เค้าจะมีเจลล้างหน้าที่เราชอบมั่กๆๆแล้ว เค้าก็ยังมี Skin care อื่นๆอีกเยอะเลย วันนี้หยิบตัว FACELABS Revival Lift Gel มาแนะนำกันค้าบ

ใช้ดีต้องรีบตุนน ในวัตสันกำลังจัดโปร 1 แถม 1น้ำตบ FACELABS ขวดจิ๋วอันนี้ในทวิตฮิตมากเด้อใช้แล้ว #ผิวนุ่มชุ่มชื้นทันที ตบลงผิวแล้วผิวอิ่มน้ำสุด

พูดถึงแบรนด์ FACELABS ต้องนึกถึงเจลล้างหน้ากันเนอะ ทางเราชอบมากและใช้ต่อเนื่องมาเกินครึ่งโหลแล้ว โดยคอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือการใช้ส่วนผสมที่อ่อนโยน

Beauty Tips เคล็ดลับความสวยที่อยากแบ่งปัน by FACELABS


💙Beauty Tips เคล็ดลับความสวยที่อยากแบ่งปัน💙

วันนี้เฟซแลบส์มี Tip ดีๆสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย อย่าง “Step การเตรียมผิวสวย” ก่อนออกเดทมาฝากสาวๆ กัน เราจะต้องเตรียมผิวยังไงก่อน? ควรใช้ตัวไหนก่อน? Tips นี้บอกหมดไม่มีกั๊ก! ตามมาดูกันเลยจ้า


FACELABS ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในงานบรรยายหัวข้อ “หยุดเวลาพาย้อนวัย” ณ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.)

บริษัทเฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานบรรยายหัวข้อ “หยุดเวลาพาย้อนวัย” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.) ในวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระกฤษ์ อาจารย์ ประจำหลักสูตรบัณฑิตวิทยาลัย การชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโลหิตวิทยา และอองโคโลยีพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล รพ.ศิริราช และดร.นพ.เพิ่มยศ เรื่องสกุลราช ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด ร.พ.หัวใจ กรุงเทพ

รู้จักวงจรผิว เพื่อการดูแลผิวสวย

โดยทั่วไปวงจรผิวของเราจะมีอายุประมาณ 28 วัน แต่สาวๆ หลายคนมักเจอปัญหาสิวและหน้าหมองคล้ำก่อนมีประจำเดือน บางคนผิวแห้ง โทรม และแพ้ง่ายในช่วงวันนั้นของเดือน พอผ่านไปสักพักผิวก็กลับมาสวยเหมือนเดิม วนลูปแบบนี้ไปทุกๆ เดือน สาวๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไม แล้วสภาพผิวหน้าของเราเกี่ยวอะไรกับรอบเดือนด้วย

คำตอบก็คือ…ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ทำความรู้จักวงจรผิวกับฮอร์โมน

  • ช่วงก่อนมีประจำเดือน

เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนมักประสบปัญหาสิวบุก เพราะระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูง ระบบเผาผลาญลดลง มีการสะสมของเสียใต้ผิว ผิวหมองคล้ำ และผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ควรดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าเน้นขจัดความมันและสิ่งสกปรกล้ำลึกด้วย Facelabs Facial Cleanser Pure Gel No.3 และควบคุมความมัน กระชับรู้ขุมขมขนด้วย Facelabs Clarifying Toner No.3

  • ช่วงมีประจำเดือน

เป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนและโปรเจสเตอโรนต่ำ การสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิก ในชั้นผิวน้อยลง ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดี ทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย ควรเน้นบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีความอ่อนโยนกับผิว อย่าง Facelabs Oil Free Moisturizer ที่เน้นบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกและยาวนานตลอดวัน

  • ช่วงหลังมีประจำเดือน

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง เพราะมีการผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิกในชั้นผิวมากขึ้น เหมาะกับลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะผิวแข็งแรงขึ้นและพร้อมรับการบำรุงได้เต็มที่มากขึ้น ด้วยการเน้นบำรุงผิวที่มีความเข้มข้น อย่าง Facelabs Hydrating Essence เอสเซนส์บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และ Facelabs Luminah Serum เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น ช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ถ้าเราเข้าใจสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามฮอร์โมน ก็จะทำให้เราดูแลผิวได้ถูกวิธีและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องกับสภาพผิวในเวลานั้น เพื่อผิวสวยใสอย่างเป็นธรรมชาตินั่นเอง

การ์ด (ของผิว) ไม่ตก…ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

เกราะป้องกันผิว (Skin barrier)
คือผิวชั้นนอกสุดมีลักษณะเหมือนผนังอิฐก่อด้วยปูน ก้อนอิฐคือเซลล์ผิวที่ตายแล้วเรียงสลับกัน ฉาบด้วยปูนนั่นก็คือไขมันที่ช่วยยึดเกาะอิฐแต่ละก้อนไว้ ทำหน้าที่เป็นด่านสำคัญในการคัดกรองอะไรก็ตามที่จะซึมผ่านเข้าสู่ผิว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ที่เราใช้ ฝุ่น หรือแบคทีเรียต่างๆ

  • อิฐแต่ละก้อน หรือเซลล์ผิวแต่ละเซลล์ จะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่ชื่อว่า NMF (Natural Moisturizing Factors) เป็นน้ำหล่อเลี้ยงผิว
  • ปูนที่ฉาบอยู่รอบๆ อิฐ ก็คือไขมันต่างๆ ที่ห่อหุ้มเซลล์แต่ละเซลล์ไว้ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์

แล้วการเติมความชุ่มชื้นช่วยให้ผิวแข็งแรงได้ยังไงกันล่ะ
เพราะทั้งน้ำและไขมันเป็นองค์ประกอบที่อยู่ในผิวชั้นนอกสุด หรือว่าง่ายๆ คือเป็นองค์ประกอบของเกราะป้องกันผิวนั่นเอง ถ้าเราผิวแห้งหรือมีความชุ่มชื้นจะส่งผลให้มีอาการลอกเป็นขุย การทำงานเอ็นไซม์ต่างๆ ผิดปกติ ทำให้ผลัดเซลล์ผิวน้อยลง การเรียงตัวของเซลล์ผิวผิปกติ ผิวหยาบกร้าน การมีน้ำและน้ำมันในผิวน้อยจึงเหมือนกับการขาดกำแพงปกป้องผิวตามธรรมชาติ เมื่อเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ผิวก็จะบอบบางแพ้ง่ายในที่สุด

อย่าลืม…เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ต้องช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวเพื่อลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว และยังช่วยให้เซลล์และเอนไซม์ต่างในชั้นผิวทำงานได้ดีขึ้น ผลัดเซลล์ผิวได้ดี ชั้นผิวเรียงตัวได้ปกติ จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้นั่นเอง

ไอเท็มดีต่อใจ หน้าใส ท้าชนอากาศหนาวและฝุ่น PM 2.5

เห็นหมอกจางๆ ตอนเช้า มั่นใจได้ยังไงว่าเป็นเพราะอากาศหนาวหรือเป็นฝุ่น PM 2.5 กันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็มีโอกาสทำให้สภาพผิวเราอ่อนแอขึ้นได้นะ เพราะอากาศแห้งของหน้าหนาว ทำให้น้ำในผิวเราระเหยออกไปมากกว่าปกติทำให้ผิวแห้งกร้าน เมื่อสมดุลน้ำในชั้นผิวไม่ดีก็ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง

ยิ่งเจอกับฝุ่นและมลภาวะโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เป็นตัวจับกับสารเคมีและโลหะต่างๆ ในอากาศและนำพาเข้าสู่ผิวได้ดีแบบนี้ยิ่งทำให้เซลล์ผิวถูกทำร้ายได้โดยตรง ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว เกิดผิวแก่ก่อนวัย และทำให้ผิวอักเสบและระคายเคืองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ฝุ่น PM 2.5 ยังกระตุ้นให้ผิวเราผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น มักเจอกับคนที่มีผิวมัน-ผิวผสมที่เมื่อเจออากาศหนาวก็จะทำให้ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย เหมือนคนผิวแห้งแต่มีความมันเคลือบอยู่บนหน้าร่วมด้วย

เมื่อผิวแห้ง อ่อนแอ แพ้ง่าย มอยส์เจอร์ไรเซอร์จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น

เพราะนอกจากมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะเป็นตัวช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น โดยการสร้างฟิล์มเคลือบผิว นอกจากจะช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้ยาวนานแล้วยังลดการเกาะติดผิวของฝุ่น PM 2.5 เพื่อลดการแพ้และระคายเคืองผิวจากฝุ่นและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงโดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่ายไม่ให้เกิดการแพ้ฝุ่น ลดการถูกทำลายของคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้ผิวเรียบเนียน กระชับ

FACELABS Oil Free Moisturizer เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ยาวนาน บำรุงผิวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่เติมน้ำเข้าผิว ให้ผิวดูอิ่มน้ำจากภายในโดยไม่เพิ่มความมันบนใบหน้า ลดการเกิดริ้วรอยก่อยวัย ปราศจากสารก่อระคายเคือง ไม่มีน้ำหอม ลาโนลิน ไม่ก่อให้เกิดสิว (non-comedogenic) อีกด้วยนะ

Checklist สกินแคร์หน้าหนาว ผิวฉ่ำไม่แห้งลอก

 หน้าหนาวใกล้เข้ามาเคาะหน้าต่างให้เราได้สัมผัสอากาศเย็นๆ พอให้ได้ชื่นใจ แต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงก็ทำให้สภาพผิวเราเปลี่ยนไปด้วย เพราะอากาศที่เย็นและแห้งนั้นมักทำให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ ปัญหาผิวแห้ง หน้าลอกเป็นขุยก็จะตามมา แล้วเราจะใช้แต่สกินแคร์เดิมๆ ได้ยังไง…

Checklist ดูแลผิวทุกขั้นตอนในหน้าหนาว ที่ช่วยล็อกผิวฉ่ำน้ำไม่แห้งลอก

  1. เจลล้างหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้าง และที่สำคัญคือมีสารช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว อย่าง FACELABS Facial Cleanser Pure Gel No.1 ที่เหมาะสำหรับสภาพผิวแห้งโดยเฉพาะ

  2. โทนเนอร์ หลายๆ คนมักตัดขั้นตอนนี้ออกไปเพราะโทนเนอร์ในความคิดคนส่วนใหญ่คือการควบคุมความมันและจะทำให้ผิวแห้งตึง แต่ถ้าเราเลือกใช้โทนเนอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวในเวลานั้นๆ ก็จะไม่เป็นปัญหา อย่างการเลือกใช้ FACELABS Clarifying Toner No.1 for dry skin ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้ง และยังมีสารเติมเต็มความชุ่มชื้นตามธรรมชาติเพื่อลดความแห้งตึงจากการเช็ดผิวอีกด้วย

  3. น้ำตบหรือเอสเซ้นซ์ ขั้นตอนสุดฮิตที่หลายคนนึกถึงเวลาต้องการเติมน้ำเข้าผิว แต่การเลือกน้ำตบที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองก็เป็นสิ่งสำคัญ FACELABS Hydrating Essence เอสเซ้นซ์บำรุงผิวที่อัดแน่นไปด้วยสารเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างไฮยาลูรอนเข้มข้น และไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างน้ำหอมหรือสารกันเสียอีกด้วย

  4. ขั้นตอนบำรุงผิวตัวสุดท้ายคือการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบเนื้อครีมอย่าง FACELABS Oil Free Moisturizer for dry skin ที่มาช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวยาวนาน โดยไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำมันนั่นเอง

เห็นไหมล่ะคะว่า การดูแลผิวทุกขั้นตอนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา ณ เวลานั้นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เคล็ดลับแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวเนียนใสปิ๊ง

เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมยิ่งอายุมากขึ้นรูขุมขนยิ่งเห็นชัด แต่งหน้าก็ไม่เนียน ความจริงแล้วรูขุมขนของเรามีจำนวนเท่าเดิมแต่มีขนาดไม่เท่าเดิม !! ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลผิวหน้า และกรรมพันธุ์

สาเหตุหลักๆ ของการเกิดรูขุมขนกว้าง คือ…

1. ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป : เมื่อผิวผลิตน้ำมันออกมามากจะมีต่อมไขมันขนาดใหญ่ ดังนั้นคนผิวมันจะรูขุมขนกว้างกว่าคนผิวแห้ง และผู้ชายจะกว้างกว่าผู้หญิง เพราะฮอร์โมนเพศชายที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำมันออกมานั่นเอง
2. ผิวหย่อนคล้อย : collagen และ elastin ของเราจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้ผิวหน้าไม่กระชับ ดูหย่อนคล้อย และเห็นรูขุมขนชัดเจนขึ้น
3. ผิวขาดน้ำ : ผิวที่โดนทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะต่างๆ รวมถึงการดูแลผิวหน้าที่ไม่ถูกวิธี มักเกิดปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ และไม่สม่ำเสมอ ต่อมไขมันก็ยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวชดเชยน้ำในผิว เกิดเป็นปัญหารูขุมขนกว้างตามมา

แก้ปัญหารูขุมขนกว้างง่ายๆ ด้วย Hydrating Essence

เพื่อปรับสมดุลสภาพผิวหน้าระหว่างน้ำและน้ำมัน ด้วยส่วนผสมของ Sodium Hyaluronate และ Sodium PCA เป็นสารให้ความชุ่มชื้นธรรมชาติที่มีอยู่ในผิว มาช่วยเติมเต็มและเก็บล็อคความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง กระตุ้นการสร้างเส้นใย Collagen และ Elastin ได้ดีขึ้น ป้องกันการหย่อนคล้อยของผิว ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

Hyaluronic Acid ความลับหน้าใสสำหรับผิวแพ้ง่าย

สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญปัญหา ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หน้ามัน หมอง รู้สึกหยาบกร้าน แต่งหน้าไม่ติด เมคอัพตกร่อง ผิวเรามักส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ เพื่อให้เรารู้ว่าผิวของเราขาดน้ำ ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเจอปัญหาริ้วรอยก่อนวัยตามมา ส่วนผสมในสกินแคร์ที่สามารถช่วยเติมเต็มและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด นั่นคือ Hyaluronic acid (HA)
 

แล้ว…กรดไฮยาลูรอนิคมีประโยชน์อย่างไรกับผิวกันล่ะ?

กรดไฮยาลูรอนิค (HA) เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในผิวหนังของคนเราถึง 50% ปกติแล้วร่างกายสามารถสร้างเองได้จากผิวหนังชั้นล่าง (dermis) มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้บนผิวและมีลักษณะเหมือนฟองน้ำที่อุ้มน้ำได้ดีมาก และยังช่วยพยุงคอลลาเจนและอิลาสตินของผิวไว้อีกด้วย แต่เมื่ออายุเพิ่มชึ้นการผลิตกรดไฮยาลูรอนิคตามธรรมชาติก็น้อยลงตามไปด้วย ยิ่งเจอมลภาวะมากก็ยิ่งลดลงเร็วมากขึ้นเช่นกัน ปัญหาริ้วรอยก่อนวัยก็จะตามมานั่นเอง

กรดไฮยาลูรอนิค จึงมีความสำคัญมากในการดูแลและฟื้นฟูผิวจากปัญหาต่างๆ เพราะเมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ เปล่งปลั่งดูสุขภาพดี และยังช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย นอกจากนี้ กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิมถึง 80% นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานแผลและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น เช่น แผลจากการเป็นสิว กรดไฮยาลูรอนิคจึงเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนผิวแห้ง เป็นสิว หรือคนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ (เพราะผิวเราก็มีกรดไฮยาลูรอนิคอยู่แล้ว)

ถ้าเราลองพลิกฉลากดูส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาจจะเห็นคำว่า Hyaluronic acid หรือ Sodium hyaluronate อยู่มากมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประเภท essence หรือน้ำตบนั่นเอง

แล้ว…Hyaluronic acid กับ Sodium hyaluronate ต่างกันไหม?

ทั้ง 2 ตัว มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื้นได้เหมือนกัน แต่กรดไฮยาลูรอนิคจะมีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่า ซึ่งจะทำได้แค่เป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวหรือซึมได้ถึงผิวหนังชั้นบนเท่านั้น (Epidermis) ในขณะเดียวกัน Sodium hyaluronate ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่าจะสามารถซึมลงผิวได้ลึกกว่าจนอาจถึงผิวหนังชั้นล่าง (dermis) ซึ่งจะเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยและความยืดหยุ่นของผิวได้อย่างตรงจุดมากกว่า

 “FACELABS Hydrating Essence” น้ำตบสำหรับผิวแพ้ง่าย มีส่วนผสมของ Sodium hyaluronate ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างรู้สึกได้ที หมดกังกลปัญหาผิวแห้ง หน้าลอก ริ้วรอยก่อนวัย เพราะฉะนั้น สาวๆ อายุ 18+ ควรเริ่มหาตัวช่วยดีๆ ให้ผิวอ่อนเยาว์ดูสุขภาพดีกันได้แล้วค่ะ…กันไว้ดีกว่าแก้นะ

รอยดำจากสิวที่หลัง รักษาอย่างไรให้หายขาด

หลังเป็นสิวเยอะมาก แต่นั่นยังไม่หนักใจเท่าปัญหารอยดำจากสิวที่หลัง ซึ่งตามหลักแล้วเมื่อสิวหายไปสิ่งที่ตามก็คือรอยดำ เป็นสัญลักษณ์ตีตราว่าสิวเคยมาเยือน ณ ที่แห่งนี้ (ไม่ต้องมีก็ได้นะ ขอร้อง) แต่สิว สิวจะมาทิ้งรอยดำบนหลังชั้นไม่ได้ ไม่รู้ว่าสาว ๆ สังเกตเห็นเหมือนแอดมั้ย เพราะแอดรู้สึกว่ารอยดำจากสิวที่หลังนะมันรักษายากกว่า หายช้ากว่ารอยดำจากสิวบนใบหน้าเสียอีก รอยสิวที่หน้ารักษายากแล้ว รอยสิวที่หลังให้คูณไปอีก 10 เท่า!

จะว่าเราไม่ใส่ใจ ดูแลได้ไม่ดีเหมือนกับดูแลผิวหน้าก็ไม่ใช่ บางทีเราก็อยากใส่เสื้อโชว์แผ่นหลังเวลาไปเที่ยว ไปว่ายน้ำ ไปเล่นโยคะ ไปออกกำลังกายบ้างอะไรบ้าง เราจึงต้องดูแลให้แผ่นหลังของเราเรียบเนียนปราศจากรอยดำ รอยแดงทุกชนิด ฉะนั้นข้อกล่าวหานี้ถือว่าตกไป แต่ช่างเถอะเพราะครั้งนี้เราไม่ได้มาโต้วาทีว่าทำไมรอยสิวที่หลังถึงหายยากกว่ารอยสิวบนใบหน้า แต่เรามาหาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะรักษารอยดำจากสิวที่หลังให้หายขาด

รักษารอยดำจากสิวที่หลังแบบเร่งด่วนด้วยตัวเอง ไม่พึ่งเลเซอร์หมอ

เราเข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากมีรอยดำจากสิวที่หลังเป็นที่ระลึกหรอกจริงมั้ย? ดังนั้นเฟซแลบส์จึงคิดค้น Acne lotion หรือก็คือผลิตภัณฑ์แป้งน้ำลดสิวที่นอกจากจะช่วยลดสิวแล้ว นางยังช่วยคุมความมันส่วนเกิน และรักษารอยดำ รอยแดงจากสิวที่หลังกับสิวที่หน้าได้ด้วยนะ เพราะ Acne lotion ประกอบไปด้วย Salicylic acid, Glycolic acid, Silica และ Zinc Oxide

Silica มีบทบาทช่วยลดความมันส่วนเกินบนร่างกาย Zinc Oxide ช่วยลดสิว (อ่านต่อ : อีกหนึ่งความสามารถ คุณสมบัติเฉพาะของซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ที่ไม่มีใครเหมือน) ส่วนสิ่งที่จะช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวที่หลังแบบเร่งด่วนก็คือ Salicylic acid และ Glycolic acid นั้นเองจ้า

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะคะว่ารอยสิวเกิดจากร่างกายสั่งให้ผิวหนังสร้างชั้นผิวขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูบริเวณส่วนที่เสียหายเมื่อชั้นผิวทับกันเป็นชั้นไปเรื่อย ๆ จึงทำให้รอยสิวมีสีดำ ซึ่งเจ้าสาร Salicylic acid และ Glycolic acid มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว เมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ชั้นผิวที่หนาตัว ทับถมกันก็ค่อย ๆ หลุดลอกไป จึงช่วยให้รอยดำจากสิวจางลง

ถ้ายังนึกไม่ออกให้จินตนาการว่ารอยสิวคือขี้ไคล ส่วน Salicylic acid และ Glycolic acid เป็นหินขัดผิว เมื่อเราทำการขัดผิว ขี้ไคล้ที่ทับถมกันก็จะหลุดลอกออกไป เผยให้เห็นผิวที่เรียบเนียนสวยใส ไร้รอยสิววว

รักษารอยดำจากสิวเร่งด่วนแบบ Double คูณ2

สำหรับคนที่คิดว่าแค่ Acne lotion ยังลดรอยดำจากสิวที่หลังไม่เร็วพอ เฟซแลบส์แนะนำวิตามินซีบริสุทธิ์สูตรเข้มข้นจาก Luminah series เพราะวิตามินซีจะไปช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจน ให้สร้างชั้นผิวใหม่เพิ่มขึ้น

สาว ๆ คิดดู มีทั้ง Salicylic acid และ glycolic acid จาก Acne lotion ช่วยผลัดเซลล์ผิวภายนอก (รอยดำ) ให้หลุดลอกออกไป และยังมีวิตามินซีที่ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่จากภายใน ปรับสภาพผิวแผ่นหลังให้กระจ่างใสแบบดับเบิ้ลคูณ 2 แบบนี้แล้วรอยดำจากสิวจะไม่หายได้อย่างไร? แถมยังใช้ได้ทั้งใบหน้า และแผ่นหลัง เริ่ดไปอี๊กกก

 

อีกหนึ่งความสามารถ คุณสมบัติเฉพาะของซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ที่ไม่มีใครเหมือน

ไม่ว่าจะเป็นซิงค์ออกไซด์ / ซิงก์ออกไซด์ หรือสังกะสีออกไซด์ มันก็คือซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ความหมายเดียวกันหมด ซึ่งเมื่อหลายคนได้ยินคำว่า ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) อย่างแรกที่นึกถึงก็คือสารกันแดด แต่รู้หรือไม่ว่าซิงค์ออกไซด์ไม่ได้มีดีแค่กันแดดเท่านั้น แต่ยังช่วยลดสิวได้อีกด้วย!

แต่ แต่ แต่ ไม่ใช่ว่าสาว ๆ ทุกคนจะเอาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์มาใช้ลดสิวได้นะ เพราะถึงแม้จะชื่อซิงค์ออกไซด์เหมือนกันแต่คุณสมบัติเฉพาะตัวของซิงก์ออกไซด์ที่เฟซแลบส์ใช้ ไม่ใช่เพื่อนำมาเป็นสารกันแดดในครีมกันแดด แต่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิวในผลิตภัณฑ์ลดสิวอย่าง Acne lotion นั่นเองจ้า

ทำไมคุณสมบัติของซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ที่เฟซแลบส์เลือกใช้ถึงไม่เหมือนกับที่อื่น?

ปกติซิงค์ออกไซด์ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้คือซิงค์ออกไซด์ที่มีขนาดเล็กถึงนาโนเมตร เรียกง่าย ๆ ว่านาโนซิงค์ออกไซด์ หรือนาโนซิงค์มักใช้ในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำเสีย มาถึงตรงนี้สาว ๆ หลายคนคงสับสนว่าใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ำเสียได้ และทำไมไม่เอามาใช่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อสิวในเครื่องสำอางบ้างละ?

นั่นก็เพราะข้อดีของมันกลับกลายเป็นข้อเสียสำหรับมนุษย์นะสิ! เนื่องจากนาโนซิงก์ออกไซด์ชนิดนี้มีความรุนแรงเกินไปทำให้ผิวหนังของมนุษย์ไม่สามารถรับมือไหว ส่งผลให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมนาโนซิงค์ออกไซด์ชนิดนี้ถึงไม่เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

แต่นาโนซิงค์ออกไซด์ของเฟซแลบส์เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ผ่านการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้สามารถใช้ในเครื่องสำอางได้โดยไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองเพราะฉะนั้นสาว ๆ หมดกังวล หายห่วงเรื่องการแพ้หรือระคายเคืองไปได้เลยจ้า

นาโนซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide) ของเฟซแลบส์ช่วยลดสิวได้อย่างไร

หลักการลดสิวของนาโนซิงค์ออกไซด์เฟซแลบส์ก็คล้าย ๆ กับนาโนซิงค์ที่ใช้บำบัดน้ำเสีย ต่างกันตรงที่นาโนซิงค์ ออกไซด์ของเฟซแลบส์ไม่ใช่ฆ่าเชื้อทุกชนิดที่พบเจอเหมือนตัวที่ใช้บำบัดน้ำเสีย แต่จะเจาะจงฆ่าเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย P.acne เท่านั้น ทำให้ผิวของสาว ๆ ไม่ต้องมารับภาระอีกต่อไป เพราะภาระทั้งหมดนั้นตกไปอยู่ที่เชื้อ P.acnes นั่นเองจ้า หึหึ หึ (แอบสะใจเล็ก ๆ)

โดยนาโนซิงค์ออกไซด์ของเฟซแลบส์จะเข้าไปจับที่เชื้อ P.acnes ทำลายผนัง และเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย จากนั้นนาโนซิงค์ก็จะเข้าไปเกาะกลุ่มกันทำลายโปรตีน และอวัยวะต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน Cytoplasm (ของเหลวภายในเซลล์)

 

ถ้าให้เห็นภาพชัดขึ้น ให้สาว ๆ คิดว่า Cytoplasm (ของเหลวภายในเซลล์) ของเจ้าเชื้อแบคทีเรีย คือ น้ำเลือด และเม็ดเลือด คือ โปรตีน และอวัยวะต่าง ๆ ของเชื้อ สุดท้ายให้สมมติว่านาโนซิงค์ออกไซด์เป็นก้อนไขมันขนาดเล็ก ๆ ถ้าเจ้าก้อนไขมันพวกนี้รวมตัวกันมาก ๆ เข้าจนอุดตันเส้นเลือด ทำให้น้ำเลือดที่ไม่สามารถนำสารอาหารไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ เมื่อร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร และพลังงานสุดท้ายเจ้าเชื้อ P.acnes ก็จะตายลงไปในที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างเห็นภาพชัดขึ้นมั้ยจ๊ะสาว ๆ ดีงามมากใช่มั้ย? หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนอกจากผลิตภัณฑ์ลดสิว FACELABS Acne lotion นั้นเองจ้า

รังสีอัลตราไวโอเลตคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ทำไมสาว ๆ ถึงต้องเกรงกลัว

สาว ๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่ารังสีอัลตราไวโอเลตคืออะไร แต่ถ้าถามว่ารู้จักรังสียูวีหรือไม่ ทุกคนจะต้องร้องอ๋อขึ้นมาทันที แท้จริงแล้วรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultravioletray) คือชื่อเต็มของรังสียูวี (UV ray) เป็นคลื่นมาจากแสงอาทิตย์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ประกอบไปด้วยรังสียูวีเอ (UVA) รังสียูวีบี (UVB) และ รังสียูวีซี (UVC)

โทษของรังสีอัลตราไวโอเลต

คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะสาว ๆ หลายคนก็คงรู้กันมาบ้างแล้วว่ารังสีอัลตราไวโอเลตมีโทษหรือผลกระทบต่อผิวพรรณอย่างไร ซึ่งก็มีตั้งแต่ทำให้ผิวหมองคล้ำ มีสีเข้มขึ้น เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ บางสถานการณ์ก็ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้แดด จนผิวหนังหลุดลอกเป็นแผลพุพองได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการวิจัยหลายชิ้นรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่ารังสีอัลตราไวโอเลตสามารถทำให้อนุมูลอิสระไปทำลายชั้นคอลลาเจน อีลาสตินจนทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย และยังสามารถทะลุผ่านชั้นไขมัน ชั้นผิวหนังลงไปทำลาย DNA กลายเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

เมื่อได้รู้อย่างนี้แล้วจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใคร ๆ ถึงเกรงกลัวเจ้ารังสีชนิดนี้กันนัก แต่อย่าพึ่งตัดสินไป เพราะแม้แต่เหรียญยังมี 2 ด้าน นับประสาอะไรรังสีอัลตราไวโอเลต รังสีชนิดนี้ใช่ว่าจะมีแต่โทษ ประโยชน์ของมันก็มีเพียงแต่สาว ๆ ต้องได้รังสียูวีในสถานที่ ช่วงเวลา และปริมาณที่เหมาะสมประโยชน์ของรังสียูวีจึงจะปรากฏนะจ๊ะสาว ๆ

ประโยชน์ของรังสีอัลตราไวโอเลต

รังสียูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลตก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ เพราะเจ้ารังสีชนิดนี้สามารถช่วยสร้างวิตามิน D ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายเราไม่สามารถผลิตขึ้นมาเองได้ โดยวิตามิน D จะช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคกระดูกพรุน และโรคกระดูกอ่อน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของธาตุแคลเซียม และธาตุฟอสฟอรัสในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติอีกด้วย แต่ไม่ใช่ว่าสาว ๆ จะไปยืนกลางแดดช่วงตอนเที่ยง หรือตอนบ่ายได้นะ อย่างนี้ไม่น่าช่วยสร้างวิตามิน D แต่น่าจะช่วยสร้างมะเร็งผิวผนังในกับสาว ๆ มากกว่า

ในอดีตอาจบอกว่าช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการสร้างวิตามิน D ให้กับร่างกายคือแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าช่วง 8:00 – 10:00 น. เป็น ถ้าเป็นเมื่อก่อน หรือเมืองนอกตอนนี้ก็อาจใช้ได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับเมืองไทยตอนนี้ เพราะเมืองไทยเป็นประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลก โดนแสงอาทิตย์เต็ม ๆ แล้วแดดปัจจุบันกับแดดสมัยก่อนมันไม่เหมือนกันไง สมัยก่อนยังมีชั้นโอโซนช่วยกรองแสงอาทิตย์ รังสียูวีที่มายังพื้นผิวโลกจึงมีค่าความเข้มข้นที่ไม่สูงมากนัก แต่เดี๋ยวนี้ชั้นโอโซนเหลือน้อยนิดจะช่วยกรองแสงยูวีให้เราได้สักเท่าไหร่กันเชียว ดังนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับรับเมืองไทยจะไม่ใช่

8:00 – 10:00 น. อีกต่อไป แต่เป็น 6:00 -7:00 น. ต่างหาก หรือถ้าเป็นไปได้ ให้ร่างกายเราได้รับแสงแดดได้ไม่ให้เกิน 8 โมงเช้าก็ยังดี

ไม่ได้มีแค่รังสีอัลตราไวโอเลตที่ทำร้ายคุณ

ด้วยสถานการณ์ Covid19 ตอนนี้ทำให้หลายบริษัทเริ่มให้พนังงานทำงานที่บ้าน (Work From Home ; WFM) สาว ๆ หลายคนคงยินดีปรีดาเพราะไม่ต้องออกไปเจอแสงแดด ฝุ่น หรือมลภาวะภายนอก แต่หารู้ไม่ว่าไม่ใช่แค่รังสีอัลตราไวโอเลตเท่านั้นที่สามารถทำร้ายผิวพรรณของสาว ๆ ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีก เช่น

  • รังสี UVA จากหลอดไฟ

  • แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโน้ตบุ๊ก หน้าจอสมาร์ทโฟน และหน้าจอโทรทัศน์ (ถ้าบ้านใครมี)

  • คลื่นความร้อนอย่างรังสีอินฟราเรดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ

  • ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือทานแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์

  • ความเครียด ฯ

เห็นมั้ยว่าไม่ได้มีแค่รังสีอัลตราไวโอเลตเท่านั้นที่ทำให้ผิวของสาว ๆ เกิดการหมองคล้ำ มีริ้วรอยแก่ก่อนวัย แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่สาว ๆ ต้องรู้ไว้ และหาทางแก้ไขก่อนสายเกินไป

แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัยที่ไม่ได้มาจากรังสีอัลตราไวโอเลต

1. หมั่นทาครีมกันแดดให้ติดเป็นนิสัย

 เพื่อป้องกันรังสียูวีจากหลอดไฟ แสงสีฟ้า และรังสีอินฟราเรดจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ภายในบ้าน แม้ในปัจจุบันหลอดไฟจะไม่ได้แผ่รังสี UVA ที่เป็นอันตรายกับร่างกาย และยังไม่มีรายงานที่ชี้ชัดว่าแสงสีฟ้า และรังสีอินฟราเรดมีผลทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยหรือไม่ แต่การป้องกันไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องผิด อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของเรา

2. นอนให้เป็นเวลา และพักผ่อนให้เพียงพอ

โดยเฉพาะช่วง 22.00 – 2.00 น.จะเป็นเวลาโกรทฮอร์โมน (GH) หลังออกมาเพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

3. ทานอาหารที่มีประโยชน์

งานวิจัยชี้ชัดว่าการทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยฟื้นฟูซ่อมบำรุงเนื้อเยื่อให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน โดยเฉพาะสารอาหารจำพวกโปรตีน วิตามินบีรวม ธาตุเหล็ก ซิงค์ และกรดไขมันจำเป็น

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

การดื่มน้ำมีส่วนช่วยให้ขับถ่ายคล่องจึงขับของเสียต่าง ๆ ที่อยู่ตามลำไส้ให้หมดไป เมื่อร่างกายไม่มีของเสีย จึงช่วยให้ผิวพรรณสวยใส บางคนได้ยินแบบนั้นก็จัดเลยจ้า แต่อย่าลืมว่า ถ้าเราดื่มน้ำมาเกินไปร่างกายก็ขับออกทางปัสสาวะอยู่ดี ไม่มีประโยชน์อะไร ทางที่ดีดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายดีกว่า และควรจะทาครีมบำรุงหรือมอยเจอร์ไรเซอร์เสริมเข้าไปด้วยเพื่อสุขภาพผิวที่ดีของตัวเราเอง

5. พักสมองคลายเครียด

เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร แต่ทำงานเสร็จแล้วก็ควรพักผ่อนบ้างอะไรบ้าง ไม่ต้องตามติดทุกสถานการณ์ก็ได้ ไปหากิจกรรมอื่น ๆ ทำอย่างดูหนังตลก อ่านนิยาย วาดรูป ฟังเพลง เต้น ออกกำลังกาย ทำอะไรก็ได้ที่ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ความเครียด

เชื่อว่าสิ่งที่กล่าวไปนี้เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ละเลย หรือไม่มีเวลาพอที่จะใส่ใจ เฟซแลบส์เลยอยากแนะนำเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อดูแลสุขภาพผิว สุขกายกาย และสุขภาพใจให้สดใสอยู่ตลอดเวลา สำหรับสาว ๆ ที่อยากรู้วิธีแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำเต็มรูปแบบ ทางเฟซแลบส์ของแนะนำบทความ : บอกลาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำเมื่อ work from home ให้สาว ๆ ได้ผิวสวยใสแบบจุใจ

ทำความรู้จักเจลล้างมือไม่ใช้น้ำ ที่ทำจากแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ สูตรอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองจาก FACELABS

รู้จักเจลล้างมือไม่ใช้น้ำ หรือเจลล้างมือไม่ต้องล้างน้ำ

เจลล้างมือไม่ใช้น้ำ หรือเจลล้างมือไม่ต้องล้างน้ำ คือผลิตภัณฑ์ประเภท Leave-on ส่วนใหญ่มักมีแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเป็นส่วนประกอบ ใช้สำหรับล้างมือแล้วปล่อยให้แห้ง สาว ๆ ไม่ต้องไปยุ่ง หรือทำอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ประกอบกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด19 จึงไม่แปลกที่เจลล้างมือไม่ใช้น้ำจะกลายเป็นไอเท็มยอดฮิตที่ช่วงนี้ทุกคนต้องรู้จัก จำเป็นต้องมีติดตัว พกติดกระเป๋าตีควบคู่มากับหน้ากากอนามัยแบบไม่มีใครยอมใคร เพราะนอกจากจะใช้สะดวกสบาย ยังให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มมือ แห้งไว ไม่ระคายเคืองผิว และไม่ทำให้ผิวแห้งกร้านอีกด้วย

คุณสมบัติหลักของเจลล้างมือไม่ใช่น้ำ ที่ทำจากแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ

ถ้าพิจารณาตามชื่อก็จะเดาคุณสมบัติของมันได้ว่า “เจลล้างมือไม่ใช่น้ำ = ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำล้างออก” เพราะวัตถุประสงค์หลักที่ออกแบบมาก็เพื่อใช้ล้างมือแทนสบู่ในกรณีออกไปข้างนอก ไม่มีน้ำไรงี้ และเมื่อรวมกับประโยคสุดท้ายที่ว่าทำจากแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ข้อนี้จึงสรุปได้ง่าย ๆ เลยว่าเจลล้างมือไม่ใช้น้ำที่ทำจากแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อมีคุณสมบัติสามารถใช้ล้างมือโดยไม่ต้องใช้น้ำ และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้นั่นเอง

ส่วนผสมเจลล้างมือไม่ใช่น้ำของ FACELABS มีอะไรบ้าง

ไหน ๆ FACELABS ก็เด่นดังเรื่องเจลล้างหน้าอยู่แล้ว แล้วเราจะพลาดเจลล้างมือไปได้ยังไงกัน! เจลล้างมือของ FACELABS เป็นเจลล้างมือไม่ใช่น้ำ สูตรอ่อนโยน ผ่านการพิสูจน์จากแพทย์ผู้เชี่ยงชาญด้านผิวหนังทุกขั้นตอน มีส่วนผสมสำคัญดังนี้

  1. แน่นอนว่าอันดับแรกต้องเป็น 70% เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) นั่นเองจ้า

  2. ซอบิทอล (Sorbitol) หรือก็คือสารสกัดจากข้าวโพด ซึ่งซอบิทอลเนี่ยเป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง แต่มักไม่ค่อยมีใครนำมาใช้เนื่องจากสารตัวนี้ มีเนื้อสัมผัสที่หนัก และมักทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว แต่เมื่อนำมาใช้ร่วมกับ 70%เอทิลแอลกอฮอล์ที่มีคุณสมบัติแห้งไว จึงทำให้ข้อเสียหมดไป กลายเป็นแอลกอฮอล์เจลที่ลงตัว ฆ่าเชื้อได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทำให้มือแห้งกร้านจากการสัมผัสแอลกอฮอล์บ่อย ๆ นั่นเองจ้า

เอทิลแอกอฮอล์ VS เมทิลแอลกอฮอล์ VS ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ต่างกันอย่างไร ทำไมใช้แทนกันไม่ได้

ทั้งเอทิลแอกอฮอล์, เมทิลแอลกอฮอล์ และไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ ล้วนจัดเป็นแอลกอฮอล์เหมือนกัน แต่! ทำไมถึงใช้แทนกันไม่ได้ ทางเฟซแลบส์ขออธิบายแยกเป็น 2 กรณีนะจ๊ะ

1. เอทิลแอลกอฮอล์ VS ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์

ทั้งเอทิลแอลกอฮอล์ / Ethyl alcohol (หรือเอทานอล ; Ethanol) และไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ / Isopropyl alcohol (หรือไอโซโพรพานอล ; Isopropanol) ล้วนเป็นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทั้งคู่ แต่ แต่ แต่ ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เลยไม่แนะนำให้เอาไปใช้ทำเจลล้างมือเท่าไหร่ ส่วนเอทิลแอลกอฮล์เหมาะกับการนำมาเป็นส่วนผสมของเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เพราะไม่ทำให้ผิวระคายเคือง และยังฆ่าเชื้อได้ดีกว่าไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์อีกด้วย

2. เอทิลแอลกอฮอล์ VS เมทิลแอลกอฮอล์

แม้ชื่อคล้ายกัน แต่คุณสมบัติไม่คล้ายกันนะจะบอกให้ เพราะเอทิลแอลกอฮอลล์ได้จากการหมักพืช ส่วนเมทิลแอลกอฮอล์ / Methyl alcohol (หรือเมทานอล ; Methanol) ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ปิ-โตร-เลียม ทำให้เมทิลแอลกอฮอล์จัดเป็นสารอันตราย มีพิษต่อร่างกาย ดูดซึมผ่านผิวหนังได้ หากนำมาผสมในเจลล้างมือจะทำให้ผิวระคายเคือง หากสัมผัสโดนตาจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบ และเสี่ยงตาบอดได้ หากสูดดมหรือได้กลิ่นบ่อย ๆ จะทำให้หลอดลมอักเสบ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียนได้

นอกจากนี้ถ้าใครไม่มั่นใจว่าเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่ซื้อมาจะปลอดภัย ไม่ระคายเคืองหรือไม่ก็สามารถทดสอบได้โดยการเอาแอลกอฮอล์เจลทาที่ท้องแขน ถ้าภายใน 30 นาที – 24 ชั่วโมง ไม่มีอาการแสบ คัน หรือผื่นแดงขึ้น คุณก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้ามีอาการ… ยินดีด้วย (?) เพราะนั่นไม่ใช่เอทิลแอลกอฮอล์ แต่อาจเป็นไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ หรือเมทิลแอลกอฮอล์ก็แป็นด้ายยยยย

ตอนนี้ทุกคนก็เห็นข้อแตกต่างแล้ว ดังนั้นเวลาเลือกซื้อเจลล้างมือแอลกอฮอล์ก็ต้องระวัง เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มีฉลาก มีเลขอย. และต้องตรวจสอบได้ ไม่อย่างนั้นโดนย้อมแมวไม่รู้ด้วยน้า

เจลล้างมือแอลกอฮอล์ FACELABS ดีกว่าเจลล้างมือทำเองอย่างไร

ก่อนถามว่าใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์ FACELABS ดีกว่าใช้เจลล้างมือทำเองอย่างไร? ขอถามคุณกลับว่าถ้าคุณใช้เจลล้างมือทำเองแล้ว

  1. คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าเจลล้างมือที่ทำเองเนี่ยจะฆ่าเชื้อได้จริง ไม่ได้มีแค่กลิ่น? เพราะอย่าลืมนะว่าถ้าแอลกอฮอล์ที่ใช้มีความเข้มข้นไม่ถึง 70% เจลล้างมือแอลกอฮอล์จะฆ่าเชื้อไม่ได้เลยนะ

  2. คุณมั่นใจได้ยังไงว่าแอลกอฮอล์ที่ได้มาเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ ไม่ใช่ เมทิลแอลกอฮอล์?

ถ้าคุณตอบได้คือจบ แต่ถ้าคุณตอบไม่ได้ ซื้อเถอะค่ะเพื่อสุขอนามัยที่ดีของคุณ แต่ถ้าคุณใช้แอลกอฮอล์เจลFACELABS คุณมั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้ 70% เอทิลแอลกอฮอล์แน่นอน หลังใช้มือไม่แห้ง ไม่หยาบกร้าน และที่สำคัญคุณยังสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของเราได้จากเลขที่จดแจ้งอย. ด้วยนะ

 
เจลล้างมือแลกอฮอล์ FACELABS ใช้เอทิลแอลกอฮอล์ความเข้มข้นสูงกว่า 70% ไม่ได้หรอ?

ได้ค่ะ แต่ไม่ใช้ เพราะค่าความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์ที่ฆ่าเชื้อได้ดี และปลอดภัยต่อผู้ใช้ที่สุดคือ 70% หากน้อยกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ แต่ถ้ามากกว่านี้แอลกอฮอล์ระเหยหมดก่อนฆ่าเชื้อ แถมมือแห้งอีก แล้วจะใช้ทำไม หึ ๆ

บอกลาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำเมื่อ work from home

บอกลาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำเมื่อ work from home

A : Work from home? หมายถึงทำงานที่บ้านนะหรอ?
B : ใช่แล้ว
A : ดีจังเลย ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องแต่งหน้า แต่งตัวมาทำงาน อิจฉาจัง

โน ๆ ๆ หยุดความคิดอันชั่วร้ายนั่นเดี๋ยวนี้! Work from home นั่นแหละหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ หมดราศีได้เลยนะ เพราะอะไรนะหรอ เลื่อนดูสิ

เมื่อชาวออฟฟิศได้ทำงานที่บ้าน

1. ไม่ต้องตื่นเช้า งั้นจะทำอะไรก็ได้!

ปกติชาวออฟฟิศมักมีกิจกรรมคลายเครียดหลังกลับถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือแม้กระทั่งดูซีรีย์ เมื่อต้องไปทำงาน เราจะมีการจัดตารางเวลาว่าควรนอนกี่โมง ตื่นกี่โมง ทานข้าวกี่โมง ดื่มน้ำปริมาณเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ทำงานที่บ้านเท่านั้นแหละ ระบบระเบียบที่มีหายเรี๊ยบ โต้รุ่งกันเลยทีเดียว ผลที่ตามนะหรอ

– นอนไม่พอ

– ระบบขับถ่ายรวน

– ใต้ตาคล้ำ

– หน้าตาไม่สดใส

– สิวขึ้น

– หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ ฯ

นี่เป็นเพียงปัญหาเกี่ยวกับผิวเท่านั้นนะ ยังไม่ได้ลงลึกถึงเรื่องสุขภาพร่างกาย เพราะถ้าผิวยังเป็นขนาดนี้ สุขภาพจะขนาดไหน?

2. ไม่ต้องแต่งหน้า งั้นไม่ต้องล้างหน้าละกัน

รู้เลยว่าสาว ๆ ขี้เกียจ 555ไม่ต้องอาย ใคร ๆ เขาก็ต้องมีช่วงเวลาเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น แต่เราจะให้ความขี้เกียจมาทำให้เราสกปรกไม่ได้! แม้จะไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ออกไปไหนก็ควร “ล้างหน้า” ให้เป็นนิสัย เพราะใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ เป็น first impression ในการเข้าสู่สังคมจะปล่อยให้หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ หรือมีสิวขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

3. ไม่ได้ออกไปข้างนอก ครีมกันแดดไม่ทาก็คงไม่เป็นไร

ข้อนี้ก็เช่นเดียวกับข้อ 2 แม้สาว ๆ จะไม่ได้ออกไปข้างนอก แต่ก็อย่าขี้เกียจ ลุกขึ้นมาล้างหน้า ทาครีมบำรุง ลงครีมกันแดด หรือถ้าขี้เกียจทาครีมบำรุง อย่างน้อยที่สุดก็ควรลงครีมกันแดดนะ เพราะแสงจากหน้าจอคอม และหลอดไฟสามารถทำให้ผิวหน้าโทรม หมองคล้ำได้เช่นกัน

เห็นมั้ยใครว่าทำงานที่บ้านแล้วสบาย ไม่ว่าจะทำงานที่ออฟฟิศหรือทำงานที่บ้านก็ทำให้หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำได้ไม่ต่างกัน บางทีทำงานที่บ้านอาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ

 
วันนี้เฟซแลบส์มีเคล็ดลับง่าย ๆ กู้ผิวสวย บอกลาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ แม้ Work from Home ด้วยนะ

เคล็ดลับกู้ผิวสวย บอกลาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำแม้ work from home

เคล็ดลับนั้นก็ง่าย ๆ และเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่ละเลยไม่สนใจ นั่นก็คือ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผิวหน้า ช่วยลดการเกิดสิว หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำได้ เช่น

2.1 ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าต้องอ่อนโยนอย่าง FACELABS Facial Cleanser Pure Gel ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ไม่ทำให้ผิวแห้งเอี๊อด มีให้เลือกถึง 4 เบอร์ด้วยกัน แต่แอบได้ยินมาว่าเบอร์ 0 กับ เบอร์ 3 เป็นรุ่นสุดฮิตขายดีไม่ตกเทรนด์ จนผู้บริโภคเรียกร้องให้ทำเป็นไซต์ใหญ่เลยนะ อืมมม ของเขาดีจริง ๆ

2.2 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สำหรับสาวขี้เกียจแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ซึมไวอย่าง FACELABS Hydrating Essence แต่เติมน้ำให้ผิวได้ล้ำลึกถึง 1,000 เท่า หลังตื่นนอนผิวจะเด้งอิ่มฟู เรียกได้ว่า จบในตัวเดียว

2.3 ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ควรเลือกที่สามารถปกป้องได้ทั้งรังสี UVA UVB และแสงสีฟ้าจากจอคอม ใช้แล้วไม่อุดตัน ไม่ทำให้เกิดสิว

– สำหรับสาวผิวแห้ง แนะนำให้ใช้กันแดดที่เป็นเนื้อครีม แห้งไว เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ อย่าง FACELABS Ultra Sun Protection SPF50 PA+++

– สำหรับสาวผิวธรรมดา ผิวผสม และผิวมัน แนะนำกันแดดที่เป็นสูตรน้ำ เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะอย่าง FACELABS Ultra Sunscreen Aqua SPF50 PA+++ (แอบกระซิบนิดนึง ตัวนี้ผิวแห้งก็ใช้ได้นะ แต่อาจต้องลง 2 รอบเพราะมันซึมไวมากกก ขอบอก)

2. ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวทุกครั้งหลังตื่นนอน

เพื่อกระตุ้นระบบการขับถ่าย ลดการตกค้างของอุจจาระ ป้องกันไม่ให้ร่างกายดูดซึมน้ำจากของเสียมาใช้ใหม่ จากนั้นก็ยกมือลา โบกมือบ๊ายบาย หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ และสิวบนหน้า ได้เลย

3. จัดระเบียบชีวิตใหม่ ทำตัวให้เหมือนอยู่ออฟฟิศ เช่น

1.1 จัดตารางเวลาชีวิตว่าต้องทำอะไร เวลาไหนบ้าง

1.2 อาบน้ำ ล้างหน้า ทาครีมให้เป็นกิจจะลักษณะ

1.3 พักผ่อนให้เพียงพอ ให้นอนอย่างน้อยที่สุดคือ 6 ชั่วโมง

ข้อ 3 นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่มีระเบียบวินัย ใช้ชีวิตตามใจฉัน เล่นเกม ดูหนัง ดูซีรี่ย์จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ระวังตื่นมาตาคล้ำ หน้าบวมโทรม ผิวหมองคล้ำจนเจ้านายจำหน้าไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ

แถมตอนนี้เขายังจัดโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 40% จัดส่งถึงบ้าน เรียกได้ว่า “อยู่บ้านก็สวยได้” อย่าลืมรับไปช็อปกันนะทุกค๊นนน

คำถามสุดฮิต “เมื่อจะซื้อครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย”

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ครีมกันแดดกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของสาว ๆ โดยเฉพาะ “ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย” นับว่าเป็นไอเท็มยอดฮิตติดเทรนด์ไม่มีตก ยังไม่พอ นางยังแถมคำพ่วงตามติดมาเป็นพรวน อาทิเช่น ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายไม่อุดตันเอย, ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายคนหน้าแห้งเอย, ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายคนหน้ามันเอย,ครีมกันแดดผิวแพ้ง่ายสำหรับคนเป็นสิวเอย ยัง ๆ ยังไม่หมดนางยังมีมีครีมกันแดดผิวแพ้ง่ายสำหรับคนชอบแต่งหน้าบ้างละ เยอะแยะเต็มไปหมด

บอกได้อย่างเดียวว่า…เลือกไม่ถูก!

สมัยก่อนแค่เห็นคำว่า “ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย” ก็ซื้อเลยจ้า แต่เดี๋ยวนี้กว่าจะเลือกได้ช่างยากเย็น ไม่รู้จะใช้เวอร์ชั่นไหนดี แต่วันนี้สาว ๆ จะไม่งงอีกต่อไปเพราะเฟซแลบส์ได้นำคำถามสุดฮิตเกี่ยวกับครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายมาไขข้อสงสัยให้กับสาว ๆ เอง ไปดูกันเล๊ยยย

1. ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายต่างจากครีมกันแดดทั่วไปอย่างไร?

ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายออกแบบมาเพื่อคนที่มีผิวแพ้ง่าย (แต่คนที่ผิวแพ้ยากก็ใช่ได้น้า) ดังนั้นส่วนผสมทุกชนิดที่ใส่ใปในสูตรจะไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น ปรอท พาราเบน ลาโนลิน แอลกอฮอล์ น้ำหอม ฯ

เมื่อได้สูตรออกมานักวิจัยก็จะส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบการแพ้ การระคายเคืองจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อการันตีผลอีกครั้งว่าสูตรที่คิดค้นมานั้นปลอดภัยต่อผู้ใช้แน่นอน

2. ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย แสดงว่าใช้แล้วไม่แพ้ใช่มั้ย?

ไม่ใช่ค่ะ ก็อย่างที่บอกไปว่าครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย คือ ผลิตภัณฑ์ที่ส่วนผสมทุกชนิดมีความอ่อนโยน ปลอดภัย และไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว แต่ไม่ใช่แปลว่าใช้แล้วจะไม่แพ้ เพราะผิวแต่ละคนตอบรับสารแต่ละชนิดแตกต่างกัน คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะแพ้ หรือไม่แพ้สารตัวไหนจนกว่าคุณจะได้ลองทดสอบด้วยตัวเอง

ถ้าไม่อยากลองกับหน้า สาว ๆ สามารถทดสอบการแพ้เบื้องต้นได้โดยการทาผลิตภัณฑ์นั้นบาง ๆ บนท้องแขนข้างใดข้างหนึ่ง วันละ 1-2 ครั้ง จุดเดิมติดต่อกัน 7 วัน ถ้าภายในระยะเวลา 7 วันนี้ บริเวณที่ทาไม่มีผื่นขึ้น หรือมีอาการบวมแดง คันแสดงว่าคุณใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ แต่ถ้ามีให้คุณสรุปเลยว่าคุณแพ้ คุณไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นได้ และถ้าสาว ๆ อยากเจาะลึกลงไปอีกว่าแพ้สารอะไร เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ทางเฟซแลบส์แนะนำให้นำผลิตภัณฑ์ที่แพ้ไปทดสอบ patch test กับทางโรงพยาบาลจะได้คำตอบที่ชัวร์กว่า

3. เป็นสิว แล้วก็มีผิวแพ้ง่ายควรใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายสูตรธรรมดา หรือเลือกครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวผิวแพ้ง่าย อันไหนจะดีกว่ากัน?

ตามจริง ถ้าครีมกันแดดที่เลือกมานั้นมีคำว่า “Non Comedogenic” หรือไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดสิว สาว ๆ ก็สามารถเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายได้ทั้ง 2 ประเภทค่ะ

4. ซื้อครีมกันแดดผิวแพ้ง่ายสำหรับคนเป็นสิวมาใช้ แต่สิวก็ยังขึ้น หมายความว่าเราเกิดการแพ้ใช่มั้ย?

ต้องอธิบายกันก่อนนะคะว่าสิวไม่ใช่ลักษณะที่บอกว่าสาว ๆ จะแพ้หรือระคายเคืองผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่ส่วนใหญ่สิวจะเกิดจากการอุดตันซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำความสะอาดไม่ดี ดูแลผิวไม่ถูกวิธี ทาผลิตภัณฑ์สลับกันมั่ว และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ยกเว้นว่าสิวที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นสิวอักเสบ ก็มีความเป็นไปได้ที่สาว ๆ จะแพ้สารตัวใดตัวหนึ่งในผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่ก็ต้องเช็คให้ดี ๆ ว่าสิวอักเสบที่ขึ้นนั้นเกิดนั้นมีสาเหตุมาจากผลิตภัณฑ์ หรือเพราะสาว ๆ กำลังเป็นวันนั้นของเดือน เพื่อความแน่ใจให้สาว ๆ ลองทดสอบการแพ้เบื้องต้นตามคำอธิบายในข้อ 2 ได้เลยจ้า

สำหรับใครที่ยังสับสนว่าควรดูแลผิวอย่างไร เฟซแลบส์ขอเสนอบทความ ผิวบอบบางแพ้ง่าย ดูแลอย่างไรให้ถูกวิธี?

5. เป็นคนผิวแพ้ง่ายใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายก็ถูกแล้วนิ? ไม่เหมาะกับสภาพผิวยังไง?

คนผิวแพ้ง่ายก็มีการแบ่งแยกสภาพผิวตามการผลิตซีบัมบนใบหน้าของสาว ๆ เช่นกันค่ะ ทั้งผิวแห้งแพ้ง่าย ผิวมันแพ้ง่าย ผิวผสมแพ้ง่าย และผิวธรรมดาแพ้ง่าย ไม่ใช่แค่เลือกครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายเท่านั้น แต่ต้องดูเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ด้วย เช่น

– คนผิวแห้ง เราแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดเนื้อครีม เพราะจะให้ความชุ่มชื้นได้มากกว่าเนื้อแบบอื่น

– คนผิวผสมจนถึงผิวมัน แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดสูตรน้ำ ซึมไว หน้าไม่มันระหว่างวัน

– ส่วนคนที่มีผิวธรรมดาจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความมัน ความแห้งบนใบหน้า ทำให้สามารถใช้ครีมกันแดดเนื้อแบบไหนก็ได้แล้วแต่ความชอบ

 
Question : ทำไมผลิตภัณฑ์เฟซแลบส์ทุกตัวถึงมีอายุการใช้งานเพียง 6 เดือนหลังเปิดใช้ ?

FACELABS Answer : ตามจริงสาร active ทุกชนิดจะแสดงประสิทธิภาพสูงสุดได้ในระยะเวลา 6 เดือน จากนั้นค่อย ๆ เสื่อมประสิทธิภาพลงเรื่อย ๆ ที่เรามีสัญลักษณ์ว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีอายุการใช้งานเพียง 6 เดือน เพื่อต้องการบอกผู้บริโภคว่าให้ใช้ภายใน 6 เดือนนะเพราะจะให้ผลได้ดีที่สุด แต่ถ้าสาว ๆ จะใช้ 1 ปี หรือ 2 ปี หลังเปิดใช้งานก็ได้ เราไม่ว่ากัน แล้วแต่ความพึงพอใจ และงบประมาณของแต่ละคนนะจ๊ะ

What is acne aestivalis?

acne aestivalis

Hi, this is acne aestivalis or known as yeast acne, or fungal acne, or whatever you want to call it because whatever name is, it is just acne aestivalis and why does everybody want to eliminate acne aestivalis? Acne aestivalis never damages anyone as it’s just throwing small prickly heat that likes to pop out and emerge when it’s sunny and humid with a lot of sweat.

Acne aestivalis is an opportunist!

acne aestivalis is an opportunist

Do not let acne aestivalis fool around! Do you know that acne aestivalis is an opportunist! When the skin is strong, it never grows, but when the skin becomes sensitive, acne aestivalis just appears, including on the forehead, cheekbones, nose, chin. If the face is exposed to the light, rashes or prickly heats will appear and spread all over the face, which makes you feel embarrassed like other types of access anyway.

Focusing on the right problem

Acne aestivalis is caused by the fungus called Malassezia (Pityrosporum) or P. ovale, which lives on our face. When this infection is seen on the skin, it will stimulate the sebaceous glands to become inflamed, and acne aestivalis appears while normal pimples are caused by abnormalities of the sebaceous glands causing clogged pores with P.acne bacteria to stimulate normal pimples to become inflamed.

Did you see it? The occurrences of acne aestivalis and normal pimples are different, which makes acne aestivalis not considered a member of normal pimples. Only a prefix’ acne’ makes acne aestivalis seem similar to normal pimples. That’s all. However, the treatment must be different, as well. People with acne aestivalis must use antifungal medication such as ketokonazole, micronazole, ecasolaz, etc.

Acne creams that are used for pimples include active substances that kill and get rid of P.acne, while acne gel products contain exfoliation agents such as retinol AHA, BHA, Arbutin, Salicylic acid, etc. If you have healthy skin, there is no problem, but if you have acne aestivalis with dry and sensitive skin, using acne creams or acne gels for a long time will make the skin more fragile because the skin cells do not regenerate in time and what would be waiting for girls at the destination is more sensitive skin, prickly heats, acne aestivalis over the face.

Now you’ve already known that acne aestivalis can be treated if you focus on the right solution. Girls with dry and thin skin won’t be able to say that thin skin cannot be cured! You should find a way to maintain and nourish your skin to prevent thin skin. We’ll call it a ‘measure’ to eliminate acne aestivalis before appearing!!

Kill acne aestivalis before it “pops up.” This is very simple.

After using fungicides to treat acne aestivalis until dissolving. The next step is to take care of the skin to become strong, considered as the best way to prevent “acne aestivalis”:

1. Avoid humid sunlight, get enough sleep and rest

2. Stop using an acne cream or acne gel products, skin exfoliation products, as well as face masks because it will make the skin thinner. As for cosmetic products, you can stop using it or use it as little as possible with such as no-makeup makeup look.

3. Use only products to help increase moisture in skincare because this type of product will be rich in active substances that add water to the skin, strengthen the skin barrier (NMF – Natural Moisturizing Factor) such as PCA, Hyaluronic acid, Ceramide or Hydrolyzed protein extracts, which will help the skin to restore even faster.

4. Stop using facial cleansing products, which make your skin dry because your skin will lose moisture, and it will enhance the effect of acne gel and skin exfoliation products to work better but make skin get thinner.

With these four tips, those with dry skin and thin skin can easily become healthy in a month. You don’t need to play hide and seek with acne aestivalis anymore.
Related articles :
สุรศักดิ์ วิชัยโย. (2558). สิวเชื้อรา การรักษา. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
Richard, M., R and Sarah, A, M. (2014). Malassezia (Pityrosporum) Folliculitis. The Journal of Clinical ans Aesthetic Dermatology. 7(3), 37–41.

 

Essence — How is the first step of skincare routine effective?

Essence, or well known as “Patting Water,” regardless of skincare brands, it is recommended as the first step of skincare routine. But, who knows how important Essence in the first step before choosing other skincare products is? First of all, let’s get to know what the Essence is and what are its advantages.

The Essence is a water-based product. The light texture may be slightly heavier than water, so it can be absorbed well into the skin. It is also rich in various skincare substances like vitamins, minerals, antioxidants, and natural extracts. With a light texture, the skin can be deeply nourished with the efficiency that can penetrate well into the skin. The Essence is, therefore, a recommended product for the first step of the skincare routine. In addition, Essence also helps to improve the skin condition. As well as helping the skincare product in the next step to penetrate into the skin and work more efficiently and skincare substances in the Essence also help to restore the skin to be healthier as well as filling moisture to the skin to become bright, smooth, and soft as well.

Girls with oily skin may worry about choosing a moisturizing product due to its heavy texture, which may be clogged in pores and cause more acne. The Essence is, therefore, one option that helps add moisture to oily skin to become smooth, soft, radiant skin like those with other skin types. The Essence is very suitable for dry skin women because it can replenish moisture from the first step of the skincare routine. In addition, Essence helps the skin to be smoother, so makeups will last longer on the skin.

 

Not only those with oily or dry skin recommended to use Essence, girls with normal or combination skin can also use it. That is, Essence can be used for all skin types. However, if you have sensitive skin, FACELABS recommends you to use Essence that contains Sodium PCA to strengthen the body armor, protect the skin, replenish skin water, and Sodium Hyaluronate to replenish and lock moisture in the skin longer, such as “FACELABS Hydrating Essence, Essence for sensitive skin, with the properties to replenish moisture to skin immediately after use and make the skin condition to be naturally smooth, radiant, bright.
Can you not get rid of acne aestivalis, or is it treated in a wrong way?

Sensitive skin…a big deal that shouldn’t be overlooked

Why do we have sensitive skin?

“Sensitive skin” is girls’ big problem that should not be overlooked because, regardless of facial treatment products, cosmetics, or even in changing weather conditions, our skin becomes allergic easily. “Sensitive skin” actually occurs for many reasons, and the main cause is the structure of the skin that has been destroyed by chemicals in cosmetics such as steroids, mercury, etc. When the skin is frequently destroyed or damaged by these factors, it will cause the skin to become irritated, as well as inflamed. The protective shield of the skin is also damaged, and our skin structure to become unhealthy and eventually become sensitive.

Sensitive skin presents

When our skin structure is not strong, it will cause other symptoms such as skin rash, dry skin, and some even have itching, irritation, flaky skin, skin inflammation or it may be because of cosmetics or skincare products that contain chemicals such as steroids, mercury that regularly harm the skin, resulting in the skin repeatedly so damaged that the structure of the skin is fragile and even more sensitive. In addition, the changes in weather or environmental pollution or even dust can result in irritation easily to those with sensitive skin as well. The most common symptoms of sensitive skin include
     1. Skin with red rashes – Due to changes in weather conditions and dust or even cleansing products which may cause allergies;
     2. Itching on the skin – When the skin’s protective armor is damaged by foreign matter or pollution, it can easily get into the skin, causing itching and irritation.   
     3. Dry, flaky skin – This symptom usually occurs on a regular basis, caused by dry skin and lack of moisture. It is often found in people who use products that contain accelerators to exfoliate the skin for a long time.

Tips for taking care of sensitive skin

In order to properly care for our sensitive skin, we should start by first observing ourselves what we are allergic to. When we know it, we must prevent and avoid those things.

Taking care of sensitive skin may seem difficult, but it is not really difficult. Just take care of our skin properly by using products that do not contain ingredients of chemicals that harm the skin. This is how we can protect our skin, but if allergies occur — facial skin is red, itchy, irritated, dry, flaky skin — don’t worry as now there are many skin rejuvenation products that are suitable for girls with sensitive skin, especially “FACELABS Skin Restorer,” a skincare product for inflammatory skin, itching, dry skin, and flaky skin, with key ingredients such as Ceramide-3 and Deoxyphytantriy! Palmitamide MEA, which help strengthen the protective barrier and restore balance to dry, chapped, flaky skin to be more healthy. In addition to rejuvenating the skin, Skin Restorer also restores moisture to the skin with natural extracts like Imperata Cylindrica for smooth and soft skin.

สิวที่ขึ้นเป็นสิวหน้าร้อน หรือ สิว PM 2.5?

อย่างที่เราทราบกันดีว่าสิวถือเป็นโรคผิวหนังอย่างหนึ่งที่เกือบทุนคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ “เป็นสิว” มากันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิวที่หน้า หรือเป็นสิวที่ขึ้นแค่เฉพาะบางจุด เช่น หน้าผาก คาง แก้มเป็นต้น ซึ่งหลังจากหลุดพ้นวงจรเป็นสิวไปได้แล้ว เราจะค่อนข้าง Sensitive การเลือกสกินแคร์ เครื่องสำอางเป็นอย่างมากเพราะก็คงไม่มีใครอยากกลับไปเป็นสิวอีกหรอกเนอะ ซึ่งก็ไปได้สวยหลายปี หน้าเนียนใส๊ ไม่เป็นสิว แต่หนุ่ม ๆ สาว ๆ สังเกตหรือไม่ว่าช่วงนี้อยู่ดี ๆ สิวก็ขึ้น! ทั้ง ๆ ที่ก็ทำเหมือนเดิมปกติทุกอย่าง แล้วสิวมาจากไหน?

Q : หรือจะเป็นสิวฮอร์โมน? เพราะกำลังเป็นช่วงนั้นของเดือนพอดี

A : ก็เป็นไปได้แต่เปอร์เซ็นต์มันน้อยมาก ๆ เลยนะ เพราะสาว ๆ ที่เป็นสิวก็ใช่ว่าจะเป็นช่วงนั้นของเดือนพร้อมกันทุกคนซะที่ไหน ไหนจะหนุ่ม ๆ อีกถูกมั้ย?

Q : …..

A : เพราะฉะนั้นตัดสิวฮอร์โมนออกไปได้เลย แต่ถ้ามาคิดดูดี ๆ นี่ก็เป็นช่วงหน้าร้อน แถมฝุ่น PM 2.5 เมืองไทยก็เยอะไม่แพ้ชาติใดในโลก มีความเป็นไปได้ว่าสิวที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ เป็นอยู่อาจเป็นสิวหน้าร้อน ไม่ก็เป็นสิว PM 2.5

Q : อืม น่าสน แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นสิวหน้าร้อน หรือเป็นสิว PM 2.5?

A : นี่ไงเดี๋ยว facelabs เค้าจะมาเฉลยให้รู้เอง

วิธีสังเกตว่าเราเป็นสิวหน้าร้อนหรือสิว PM 2.5

ใครที่เป็นสิวช่วงนี้บอกเลยว่าลำบากสุด ๆ เพราะไม่รู้ว่าเราเป็นสิวหน้าร้อน หรือสิว PM 2.5 เนื่องจากเมื่อผิวหน้าโดนแสงแดด ความร้อน หรือฝุ่นละอองก็ส่งผลให้เกิดผดผื่นขึ้น ไม่ก็เป็นสิวผดได้เช่นกัน ซึ่งสิวผดก็จะมีลักษณะเป็นผดเม็ดเล็ก ๆ บ้างก็กระจาย บ้างก็รวมกันเป็นกระจุกทำให้สรุปได้ยากว่าเราเป็นสิวอะไรกันแน่ แต่ถ้าเราอ่านข้อมูลให้ละเอียด ไม่ได้อ่านแบบ skimming จะสังเกตเห็นความแตกต่างของสิวผดที่เกิดจากแสงแดด กับฝุ่น PM 2.5 นั้นแยกไม่ยากเลย

สำหรับคนที่เป็นสิวหน้าร้อน สิวผดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะผุด ๆ โผล่ ๆ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ผุด-ผุด-โผล่-โผล่ เพราะสิวผดจะชอบขึ้นตอนที่เราออกไปข้างนอกโดนแดด โดนลม โดนความร้อน โดนฝุ่น แต่พอกลับเข้ามาที่ออฟฟิศ หรือกลับถึงบ้าน อาบน้ำปะแป้ง เปิดแอร์เย็น ๆ สิวผดก็ยุบหายแว๊บไปเลย นี่แหละคือลักษณะของคนที่เป็นสิวผดหน้าร้อน

แต่คนที่เป็นสิวผดจากฝุ่น PM 2.5 สิวผดจะอยู่บนใบหน้าเราอย่างยั่งยืนยง อยู่เป็นเพื่อนคู่ซี้คู่ชีวิตอย่างนั้นแหละ บางทีก็ทำให้สิวอุดตันขึ้น มีหัวเม็ดขาว ๆ น่ากด น่าบีบที่สุด นอกจากนี้สิวจาก PM 2.5 ยังสามารถจับกับสารโลหะ สารเคมีในอากาศ เมื่อเข้าสู่ผิวก็จะเปลี่ยนเป็นอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์ผิวเราตายเร็วขึ้น ผิวหน้าอ่อนแอ แพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้อนุมูลอิสระที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ยังก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “เราจะดูแก่กว่าอายุจริงนั้นเอง”

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากโดนทักว่า 30 ทั้ง ๆ ที่อายุ 25 หรอกจริงมั้ย? ซึ่ง facelabs ก็มีข้อมูลสาระดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง ทำเองได้ง่าย ๆ

วิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้เป็นสิวผด

1. กรณีที่เป็นสิวผดหน้าร้อน

เราต้องล้างหน้าให้สะอาด แล้วใช้ยาจำพวกคีโตโคนาซอลเพื่อลดปริมาณเชื้อยีสต์หรือเชื้อราที่อยู่บนหน้าเรา ห้ามใช้ เจลแต้มสิว หรือครีมแต้มสิวเด็ดขาด ซึ่งเพราะอะไรเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่บทความ สิวผด รักษาไม่หายหรือโฟกัสผิดจุด ในบทความนี้จะบอกสาเหตุทุกอย่างแบบหมดเปลือกว่าทำไมเราถึงห้ามคุณไม่ให้ใช้ยาแต้มสิวทั้ง ๆ ที่เป็นสิว!

2. กรณีที่เป็นสิวผดที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5

2.1 เราต้องล้างหน้าให้สะอาด เพราะการล้างหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดจำนวนสิวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสามารถตามไปอ่านต่อได้ในบทความ รู้ยัง? การล้างหน้าช่วยลดอันตรายจาก PM 2.5 ได้นะ ในบทความนี้จะบอกตั้งอต่กลไกการทำงานของ PM 2.5 ที่มีผลต่อผิวเรา รวมถึงบอกเหตุผลว่าทำไมแค่ล้างหน้าก็ลดสิวที่เกิดจาก PM 2.5 ได้แล้ว

2.2 คติประจำใจเวลาไปข้างนอก “ต้องเตรียมตัวเหมือนผู้ร้ายหลบหนี”

– ใส่หน้ากากกันฝุ่น

– สวมเสื้อผ้าที่แขนขายาวเพื่อลดการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ให้มากที่สุด

– สวมแว่นตาเพื่อป้องกัน และลดการระคายเคืองดวงตาจากฝุ่น

 

โทนเนอร์คืออะไร ลดสิวได้จริงหรือแค่หลอกลวง?

หลายคนอาจเคยได้ยินแต่ไม่รู้ว่าโทนเนอร์คืออะไร แต่เชื่อว่าเมื่อสาว ๆ ได้เห็นผลิตภัณฑ์ หลายคนอาจร้อง อ๋อ ทันที จากนั้นก็จะตามมาด้วยคำถามมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะจับเอาประเด็นคำถามสำคัญมาอธิบายไขข้อสงสัยเกี่ยวกับโทนเนอร์ให้สาว ๆ กระจ่างเอง

1. โทนเนอร์คืออะไร ใช้ยังไง และใช้ตอนไหน ?

โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหนึ่ง การใช้โทนเนอร์ก็ง่าย ๆ เพียงแค่หยดโทนเนอร์ลงบนแผ่นสำลีแล้วนำไปเช็ดให้ทั่วใบหน้าเบา ๆ เพราะถ้าเช็ดแรงสำลีจะเสียดสีกับผิวหน้าส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้น ส่วนในกรณีที่ถามว่าต้องใช้โทนเนอร์ตอนไหน ตอนเช้าหรือตอนเย็น? คำตอบคือ แล้วแต่สาว ๆ เลยค่ะ สิ่งสำคัญก็คือต้องใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าเสร็จทันทีหรือใช้ตอนที่ใบหน้ายังมีความชุ่มชื้นอยู่ ดังนี้

ล้างหน้าเสร็จ → ซับหน้าเบา ๆ (ตอนนี้ใบหน้ายังเหลือความชุ่มชื้นอยู่เล็กน้อย) → เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ → สกินแคร์อื่น ๆ

2. ทำไมต้องใช้โทนเนอร์หลังล้างหน้าเสร็จทันทีด้วย สำคัญขนาดนั้นเลยหรอ ?

สำคัญค่ะ เพราะโทนเนอร์ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ช่วยชะล้างสิ่งตกค้างต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ฝุ่นละออง ควัน สารเคมี หรือเครื่องสำอางที่ยังล้างออกไม่หมด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสมดุลผิว ควบคุมความมันบนผิวให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดีเพื่อให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นถัดไป และช่วยให้สาร Active สามารถซึมลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

3. ถ้าใช้โทนเนอร์ไม่ทันหลังล้างเสร็จจะเป็นอะไรมั้ย ?

ไม่เป็นไรค่ะ แต่ประสิทธิภาพของโทนเนอร์จะลดลง นอกนั้นก็แล้วแต่ดุลพินิจของสาว ๆ ว่าอยากเสียตังค์ซื้อแล้วอยากให้โทนเนอร์แสดงประสิทธิภาพเต็ม 100% หรือแค่ 50 – 80% ขึ้นอยู่กับตัวสาว ๆ เองเลยจ๊า

4. โทนเนอร์ช่วยลดสิวได้จริงมั้ย หรือแค่หลอกลวง ?

ทำไมบางคนบอกว่าโทนเนอร์ช่วยลดสิวไม่ได้ ทำไมใช้โทนเนอร์แล้วสิวไม่ลดลงเลย หลอกลวงกันนิ แล้วสรุปว่าโทนเนอร์ช่วยลดสิวได้จริงมั้ย หรือแค่เป็นคำโฆษณาเท่านั้น? ซึ่งก่อนที่จะถามว่าโทนเนอร์ช่วยลดสิวได้จริงมั้ย สาว ๆ ต้องดูก่อนว่าสิวที่เราเป็นมีสาเหตุมาจากอะไร

ถ้าเป็นสิวที่เกิดจากสิ่งสกปรกสะสม ตกค้าง ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไปจนอุดตันกลายเป็นสิว ในกรณีนี้โทนเนอร์สามารถช่วยลดสิวได้จริงค่ะ เพราะอย่าลืมว่าหน้าที่หลักของโทนเนอร์คือช่วยชะล้างสิ่งตกค้างต่าง ๆ บนใบหน้าที่ล้างออกไม่หมด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับผิวของสาว ๆ ให้กลับมาสมดุลตามที่ควรจะเป็น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดสิวที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้แบบครอบจักรวาลอะไรเบอร์นั้น

5. โทนเนอร์ใช้แทน Cleansing water ได้มั้ย?

เมื่อรู้ว่าโทนเนอร์มีหน้าที่อะไร หลาย ๆ คนก็จะเข้าใจผิดว่างั้นก็เอาโทนเนอร์ไปใช้แทน Cleansing Water ได้สิ แต่ ต้องทำความเข้าใจใหม่นะว่า โทนเนอร์ก็คือโทนเนอร์ ส่วน Cleansing water ก็คือ Cleansing water แม้จะมีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน แต่จุดประสงค์การใช้แตกต่างกัน

Cleansing Water ใช้ทำความสะอาดก่อนล้างหน้าเพื่อล้างเครื่องสำอาง เมคอัพ ครีมกันแดด หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดการอุดตัน ขณะที่โทนเนอร์ใช้ทำความสะอาดหลังล้างหน้า เพื่อล้างสิ่งตกค้างต่าง ๆ บนที่ล้างออกไม่หมด ยังหลงเหลือตามร่องผิว เพราะฉะนั้น “เราจึงไม่สามารถนำโทนเนอร์ไปใช้แทน Cleansing water ได้”

เลือกโทนเนอร์ยังไงให้ดีที่สุด

โทนเนอร์ก็คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิกหนึ่ง ถือเป็นส่วนหนึ่งของสกินแคร์เหมือนกัน ดังนั้นถ้าถามว่าโทนเนอร์ต้องเลือกยังไง ก็เหมือนกับที่สาว ๆ เลือกซื้อสกินแคร์ทั่วไป คือ เลือกโทนเนอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เพราะแต่ละคนสภาพผิวก็ต่างกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวของตัวเองจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

How To เลือกสกินแคร์ยังไงให้หน้าใส ไม่เป็นสิว

นู้นก็สกินแคร์ นี่ก็สกินแคร์ สกินแคร์ ๆ ๆ เยอะแยะละลายตาเต็มไปหมด ไม่รู้จะใช้อันไหนก่อนดี อ๊ายยย อยากได้ งั้นซื้อมันทุกตัวเลยละกัน!

ใจเย็น คุมสติไว้นะสาว ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสกินแคร์สักชิ้น สาว ๆ ต้องมีการศึกษาข้อมูลสกินแคร์นั้น ๆ ให้ดีก่อนว่าสกินแคร์ที่เลือกเหมาะกับสาว ๆ จริง ๆ โดยดูจาก

1. สกินแคร์ที่เลือกสามารถช่วยแก้ปัญหาของสาว ๆ ได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง เช่น ถ้าอยากให้ใบหน้ากระจ่างใสก็ต้องเลือกสกินแคร์กลุ่ม Whitening ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เป็นต้น

2. สกินแคร์ที่ซื้อมาไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีสารที่สาว ๆ แพ้อยู่ และต้องผ่านการทดสอบการแพ้จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

3. สกินแคร์ที่ซื้อมาต้องเหมาะสมกับสภาพผิวของสาว ๆ จริง ๆ

เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับทุกคนเสมอไป เช่น คนผิวแห้งต้องการสกินแคร์ที่มีความชุ่มชื้นมาก แต่สำหรับคนผิวมันอาจให้ความชุ่มชื้นที่มากเกินไป เป็นต้น

“เพราะการเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสม ก็เหมือนเลือกคนที่ถูกใจ”

ทาสกินแคร์ยังไงเวิร์คที่สุด

เมื่อเลือกสกินแคร์ได้แล้ว ถัดมาก็ถึงขั้นตอนการลงสกินแคร์อย่างไรให้สกินแคร์ที่ซื้อมาแสดงผลออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งทางเฟซแลบส์มีวิธีลงสกินแคร์ง่าย ๆ ช่วยให้ผิวแข็งแรง หน้าใสไม่เป็นสิวใน 3 ขั้นตอน