บริษัท เฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมบริจาคแอลกอฮอล์ ให้กับสถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID -19

ในวันที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 13.30 น. บริษัท เฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมบริจาคแอลกอฮอล์ให้กับ ผศ.ดร.พุฒินันท์ แพทย์พิทักษ์ หัวหน้าสถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทย์ศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยบริษัทหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ให้กับนักศึกษาและบุคลากรของคณะ

#facelabs #เฟซแลบส์ #csr #แอลกอฮอล์เจล

บริษัท เฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมบริจาคแอลกอฮอล์ ให้กับผู้บริหารและบุคลากรคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID -19

ในวันที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 10.30 น. บริษัท เฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมบริจาคแอลกอฮอล์ให้กับ รศ.ดร.สุระ พัฒนเกียรติ คณบดี พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยบริษัทหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้กับนักศึกษาและบุคลากรของคณะ  

Photoaging ผิวแก่…แดด

     เคยสังเกตไหมทำไมคนที่อายุเท่ากันแต่ดูแก่ไม่เท่ากัน  คนทำงานกลางแจ้งมักมีฝ้า กระ และริ้วรอยเร็วกว่าคนทำงานในออฟฟิศ เพราะความแก่ที่เราเห็นไม่ได้มาจากอายุที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยภายนอกเข้ามากระตุ้นร่วมด้วย เช่น ความเครียด มลภาวะ และแสงแดดที่ส่งผลกระทบมากที่สุด โดยเราจะเรียกผิวแก่จากแสงแดดว่า Photoaging

“…80 % สัญญาณแห่งวัยของผิวมาจากการได้รับรังสียูวีเป็นเวลานานๆ…”

Photoaging คืออะไร
ผลกระทบของผิวหนังที่เกิดจากการที่รังสียูวีกระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิวมากกว่าปกติทำให้ผิวเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรังสียูวียังทำลายเส้นใยโปรตีนช่วยเรื่องความแข็งแรง คงรูป และยืดหยุ่นของผิวอย่างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกก่อนวัยอันควร หรือเรียกง่ายๆ คือผิวแก่จากการสัมผัสแสงแดดนั่นเอง

Photoaging เกิดขึ้นได้อย่างไร
• UVB ที่สามารถส่องผ่านได้ถึงผิวหนังชั้นกำพร้า (Epidermis) จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระและกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีผิว (Melanocyte) ทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำหรือหากการกระจายตัวของเม็ดสีผิว (Melanin) ไม่เท่ากันจะเห็นเป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำนั่นเอง
• UVA ที่สามารถส่องผ่านได้ลึกกว่า ส่งผลให้มีการสร้างเอนไซม์ที่มีชื่อว่า matrix metalloproteinases (MMPs) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการย่อยสลายคอลลาเจนและอิลาสตินที่อยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและความแข็งแรง รวมถึงการกักเก็บน้ำในผิวลดลง ทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน ริ้วรอยร่องลึก และความหย่อยคล้อย

ป้องกันผิวจาก Photoaging
• ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
การใช้ครีมกันแดดเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันผิวแก่จากแสงแดด เพราะเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุนั่นก็คือรังสียูวี ต่อให้ไม่มีกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาครีมกันแดดเพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านหน้าต่างหรือผนังที่เป็นกระจกได้ รวมถึงการต้องเจอกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์และแสงจากหลอดไฟ ก็สามารถกระตุ้นให้ผิวเกิดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของความแก่ก่อนวัยได้นั่นเอง

• ปลอบประโลมผิวหลังออกแดด
หลังการเผชิญแสงแดดมาทั้งวันผิวจะสะสมความร้อนไว้มากมายแม้ทาครีมกันแดด ควรลดอุณหภูมิผิวให้เย็นลงด้วยการล้างหน้าและใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ นอกจากจะเป็นการทำความผิวจากสิ่งสกปรกและความมันแล้วยังช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านจากการสูญเสียความชุ่มชื้นจากรังสียูวีอีกด้วย

• ฟื้นฟูผิวด้วย antioxidant
แม้จะทากันแดดแล้วแต่ก็ไม่มีครีมกันแดดไหนที่สามารถปกป้องผิวได้ 100% มีโอกาสที่ผิวจะเกิดอนุมูลอิสระได้อยู่ดี การฟื้นฟูผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีความสำคัญ เพื่อลดผลการะทบจากการสร้างอนุมูลอิสระโดยรังสียูวี เป็นวิธีช่วยป้องกันผิวแก่จากแสงแดดอีกทางหนึ่ง สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี หรือสารสกัดจากพืชชนิดต่างๆ เป็นต้น

ปัญหาผดร้อนของเจ้าตัวเล็ก

     ซัมเมอร์ที่อากาศร้อนอบอ้าวอาจทำให้เจ้าตัวเล็กส่อแววมีปัญหาผิวมาทำให้ไม่สบายตัวและให้คุณแม่คอยกังวลใจอีกด้วย เพราะร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน “เหงื่อ” จึงก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังหน้าร้อนแก่เด็กและในผู้ใหญ่บางคนได้อีกด้วย โดยเฉพาะโรคผดร้อน

ผดร้อน (Heat rash) มีลักษณะเป็นตุ่มคันเล็กๆ มักเกิดบริเวณใต้ร่มผ้า เช่น คอ ข้อพับ หน้าอก หรือรักแร้ สาเหตุหลักของการเกิดผดร้อนมาจากเหงื่อ ยิ่งเจออากาศร้อนและชื้นทำให้เหงื่ออกมามากและทำให้ต่อมเหงื่อเกิดการอุดตันใต้ผิวหนัง ทำให้ไม่สามารถระบายเหงื่ออกมาได้และเกิดการสะสมของเหงื่อได้ผิวหนัง เกิดเป็นตุ่มน้ำและพัฒนาไปเป็นผดร้อนหรือเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้

โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมด้วย เช่น

  • ต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่สมบูรณ์โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิด
  • การแต่งกายที่รัดมากเกินไปทำให้เหงื่อระบายออกได้ยาก
  • สภาพอากาศร้อนและชื้น หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ส่งผลให้เหงื่อออกมากกว่าปกติ

แยกผดร้อนออกเป็น 4 ชนิด

  1. Miliaria crystallina เป็นผดร้อนที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด เกิดขึ้นจากการอุดตันของต่อมเหงื่อในผิวหนังชั้นบนสุด (Stratum Corneum) มีลักษณะเป็นตุ่มใสเล็กๆ ที่แตกออกได้ง่าย
  2. Miliaria rubra เป็นผดร้อนที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุด เกิดการอุดตันของต่อมเหงื่อในผิวหนังที่ลึกลงมาเล็กน้อย (Mid-epidermis) เป็นตุ่มสีแดงเล็กๆ มักมีอาการคันและชาบริเวณที่เกิดผด
  3. Miliaria pustulosa เกิดจากการอักเสบของแบคทีเรียบริเวณที่เป็นผด ทำให้มีลักษณะเป็นหนองอยู่ภายใน
  4. Miliaria profunda ผดร้อนที่พบได้น้อยและมีความรุนแรงมากที่สุด เกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อลึกไปถึงผิวหนังชั้นล่าง (dermis) มีลักษณะเป็นตุ่มแดง มักเกิดการเจ็บจี๊ดๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว

วิธีการดูแลและป้องกันปัญหาผดร้อน

  • แต่งกายด้วยเสื่อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีอย่างผ้าฝ้ายและไม่รัดรูปจนเกินไป ไม่ห่มผ้าให้ลูกหนาจนเกินไป อาจใช้ผ้าอ้อมบางๆ ก็พอในตอนกลางวัน
  • ตัดเล็บให้ของลูกเพื่อป้องกันการเกา อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้
  • หลีกเลี่ยงอาบน้ำที่อุ่นจนเกินไป อาบน้ำที่อุณภูมิเย็นกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อปรับอุณหภูมิผิวของลูกให้ลดลง
  • หลังอาบน้ำบำรุงผิวด้วยครีมเนื้อบางเบาเพื่อไม่ให้ผิวของลูกแห้งจนเกินไป และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยลดอาการระคายเคืองและปลอบประโลมผิวของลูกน้อยให้แข็งแรงขึ้น และปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวเพิ่ม  

Reference Scott Litin, M.D. (2018). Mayo Clinic Family Health Book. Available : https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heat-rash/symptoms-causes (2021, March 18)

HOT กว่าหน้าร้อนก็โปรเฟซแลบส์! ลดสูงสุด 40%

 

 ช้อปเลย

รายละเอียดเงื่อนไขโปรโมชัน
– โปรโมชันนี้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับโปรโมชันลดราคาสมาชิก 10% ได้
– โปรโมชันนี้เริ่มตั้งแต่ 1 – 30 เมษายน 2564
– โปรโมชันนี้เฉพาะการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ www.facelabs.co.th เท่านั้น
หมายเหตุ: บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชันโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

3-O-Ethyl Ascorbic Acid วิตามินซีที่ดีที่สุด

ถ้าอยากหาเซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใสสักตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิตามินซี (Vitamin C) เป็นสิ่งแรกๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ต่างๆแล้ว ยังช่วย กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนเพื่อลดลือนริ้วรอย ฟื้นฟูผิวไหม้ (sunburn) จากแสงแดด และช่วยลดการระคายเคืองได้อีกด้วย

วิตามินซีบริสุทธิ์หรือ Pure vitamin C ที่สามารถออกฤทธิ์ทางชีวภาพได้หรือสามารถนำมาใช้ในทางยาและเครื่องสำอางจะอยู่ในรูป L-Ascorbic Acid  ที่มีความไม่เสถียรและถูกออกซิไดซ์ได้ง่าย หรือไม่ทนต่อแสง อากาศ อุณหภูมิ และ pH จึงทำให้เสื่อมประสิทธิภาพได้ง่าย ดังนั้นในทางเครื่องสำอางจึงมักใช้อนุพันธ์วิตามินซี (Vitamin C derivatives) ที่มีความเสถียรมากกว่าแทน

Vitamin C derivatives มีหลากหลายโครงสร้าง ที่มักนิยมใช้คือ…

  • 3-O-Ethyl Ascorbic Acid
  • Ascorbic Acid 2-Glucoside หรือ Ascorbyl Glucoside
  • Sodium Ascorbyl Phosphate

โดยทั้ง 3 ตัวจะถูกเปลี่ยนเป็น L-Ascorbic Acid หรือรูปแบบที่สามารถออกฤทธิ์ได้เมื่อซึมลงสู่ผิว และถึงแม้ว่าจะให้คุณสมบัติที่เหมือนกันแต่ด้วยโครงสร้างที่แตกต่างกันทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ ได้ดังนี้

  • การทนต่อการเกิดออกซิเดชั่น (oxidation)

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง (antioxidant activity) หรือมีคุณสมบัติในการดักจับอนุมูลอิสระในร่างกาย แต่ตัวมันเองก็เสี่ยงต่อการถูกออกซิไดซ์จาก L-Ascorbic Acid เป็น Dehydroascorbic Acid ซึ่งจะทำให้เสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้น

โดย Sodium Ascorbyl Phosphate (SAP) ถูกปรับมาให้เติมโซเดียมเข้าไปลดโอกาสถูกออกซิไดซ์ จึงมีความเสถียรมากกว่า L-Ascorbic Acid (LAA) ในขณะที่ 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) ถูกเติม Ethyl และ Ascorbic acid-2-glucoside (AA2G) ที่เป็นการเติมโมเลกุลน้ำตาลลงไปในตำแหน่งเดียวกันเพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ทำให้วิตามินซีมีความเสถียรมากขึ้น


  • การซึมผ่านสู่ผิว (Skin penetration)

L-Ascorbic Acid (LAA) มีลักษณะโครงสร้างเป็นแบบละลายน้ำ ทำให้ซึมผ่านลงสู่ผิวได้ไม่ดี ในขณะที่ Sodium Ascorbyl Phosphate (SAP) และ Ascorbic Acid 2-Glucoside (AA2G) ที่ถูกเพิ่มเพิ่มความเสถียร แต่ยังมีลักษณะละลายน้ำเหมือนกันจึงซึมผ่านลงสู่ผิวที่เป็นโครงสร้างของไขมันได้ยากนั่นเอง ในขณะที่ 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) ถูกปรับให้มีความสามารถละลายน้ำมันได้มากขึ้น คล้ายกับลักษณะโครงสร้างของผิว (Skin Barrier) ที่เป็นชั้นไขมัน จึงสามารถซึมลงสู่ผิวได้ดีกว่า

  • pH

L-Ascorbic Acid (LAA) ความเป็นกรดสูง (pH 3.5)ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวได้ในขณะที่ Ascorbyl Phosphate (SAP) มีความเป็นกลาง (pH 7) 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) มี pH 5 และ Ascorbic Acid 2-Glucoside (AA2G) ที่สามารถอยู่ได้ทั้งในสภาวะกรด กลาง และเบส (broad pH range) จึงทำให้ทั้ง 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) และ Ascorbic Acid 2-Glucoside (AA2G) เป็นที่นิยมเพราะสามารถนำมาใช้ผลิตเครื่องสำอางที่มี pH ใกล้เคียงกับผิว (pH 5.5) จึงช่วยลดการระคายเคืองผิวจากการใช้วิตามินซีได้

  • ความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant capacity)

เมื่อทำการทดลองเปรียบเทียบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธีการ DPPH Assay จะสามารถเรียงลำดับได้ว่า L-Ascorbic Acid (LAA) > 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA)  > Ascorbyl Phosphate (SAP) > Ascorbic Acid 2-Glucoside (AA2G) ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปตอนต้นว่า L-Ascorbic Acid (LAA) มีความไม่เสถียรและถูกออกซิไดซ์ได้ง่ายจึงไม่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มของตัวอนุพันธ์แล้ว 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) มีความสามารถต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด

และนี่คือเหตุผลว่าทำไม 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (3OAA) เป็นอนุพันธ์วิตามินซีที่ดีที่สุด ด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าและสามารถซึมลงสู่ผิวได้ดีกว่าอนุพันธ์รูปแบบอื่นๆ รวมทั้งมี pH ที่ใกล้เคียงกับผิว จึงเป็นวิตามินซีที่เหมาะสมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพราะเมื่อเทียบกับวิตามินซีที่ซึมผ่านลงสู่ผิวไม่ดีก็ไม่สามารถออกฤทธิ์ในผิวได้ และถ้าไม่เสถียรหรือไม่ทนต่อสภาวะต่างๆ ก็ทำให้วิตามินซีเสื่อมสภาพก่อนถูกนำมาใช้ ต่อให้ใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพงแค่ไหนก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่าแน่นอน

References

Silvia, S. Comparative study of ascorbic acid and derivatives with interest in anti-aging cosmetics.  Master in Pharmaceutical Technology. 2017 Sep. (1-150).

กันแดดของคนเป็นสิวผิวแพ้ง่าย

ครีมกันแดดเป็นหนึ่งในไอเทมสำคัญเหมือนกับครีมสามัญประจำตัวของคนทุกเพศทุกวัยเลยก็ว่าได้ เพราะรังสี UV เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัยได้ คนเป็นสิวหลายๆ คนมักข้ามกันตอนนี้ไปเพราะคิดว่าไม่สำคัญและมักทำให้หน้ามันยิ่งกว่าเดิม แต่ความจริงแล้วคนเป็นสิวก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดได้แต่ต้องระมัดระวังการเลือกใช้เป็นพิเศษ

คนเป็นสิวควรใช้ครีมกันแดดแบบไหน
– เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า
– SPF และ PA ที่เหมาะสม
– ไม่อุดตัน ไม่ก่อสิวเพิ่ม
– ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

มีวิธีการเลือกกันแดดแบบง่ายๆ แบบนี้เลย…
– กันแดดเนื้อน้ำนมเนื้อบางเบากว่า
ผลิตภัณฑ์กันแดดในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลาย texture แต่กันแดดสำหรับคนเป็นสิวและมีผิวแพ้ง่ายควรเป็นเนื้อน้ำนมมีลักษณะบางเบา ซึมไว ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม แทนการเลือกใช้เนื้อครีมที่มีเนื้อหนักกว่าและมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันมากกว่า จึงอาจทำให้หน้ามันเยิ้มระหว่างวันได้

– SPF/PA ต้องเพียงพอ
อย่างที่รู้กันดีว่าแดดของเมืองไทยร้อนแรงขนาดไหน รังสียูวีจากแดดจะไปกระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ ทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวคล้ำเสียเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ เพราะฉะนั้นการเลือกการปกป้องผิวที่เพียงพอจึงจำเป็นมาก โดย SPF 50 / PA+++ เป็นค่าที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน (สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ SPF และ PA ครีมกันแดด…แค่ไหนถึงพอ)

– Silicone คือสิ่งต้องห้าม
สิ่งสำคัญที่ต้องระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับคนเป็นสิวคือการอุดตัน เพราะสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ใช้อะไรก็เป็นสิวนั่นคือการอุดตันของรูขุมขนนั่นเอง เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคนได้ด้วยการสังเกตคำว่า Silicone free และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่กันน้ำ (waterproof/water resistant) ครีมกันแดด

– ปราศจากสารก่อให้เกิดการระคายเคือง
หลีกเลี่ยงกันแดดที่มีส่วนผสมของพาราเบนและน้ำหอม เพราะพาราเบนเป็นสารกันเสียที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบภายในของร่างกาย น้ำหอมเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายที่สุดและนอกจากนี้ยังมีส่วนทำให้ผิวของเราไวต่อแสงแดดได้มากขึ้นอีกด้วย

– มากกว่ากันแดดคือบำรุง
ระหว่างที่ผิวเราโดนรังสียูวี ผิวของเราจะสร้างอนุมูลอิสระขึ้นมาไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้น้อยลง ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยก่อนวัย กันแดดที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์และสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีส่วนช่วยในการฟื้นบำรุงผิวเสียจากแสงแดดได้ดี นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระยังมีส่วนช่วยยับยั้งการผลิตเม็ตสีเมลานินจึงลดปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดดได้

เพราะฉะนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดฉบับคนเป็นสิวผิวแพ้ง่ายจึงต้องมีความใส่ใจในรายละเอียด เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดแล้วยังต้องบำรุงผิว และลดปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

รอยดำ รอยแดง หลุมสิว วิตามินซีช่วยได้

“สิว” วงการที่เข้าแล้วออกยากมากๆ เพราะใช่ว่ารักษาสิวเสร็จแล้วปัญหาจะหมดไป ใครหลายๆ คนมักประสบปัญหารอยดำรอยแดง หรือแม้แต่หลุมสิว ฝากเป็นรอยจารึกไว้ว่าหน้าเราเคยเป็นสิว!! รักษาสิวกว่าจะหายก็ว่ายากแล้ว รักษารอยดำและหลุมสิวก็ยากไม่แพ้กัน ต้องใช้ความอดทนและใช้เวลาในการดูแลผิวหน้าของเราให้กลับสวยใสเหมือนเดิม

รอยแดงจากสิวมักเกิดขึ้นตามมาหลังการเกิดสิวอักเสบ ถ้าไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะกลายเป็นรอยดำที่รักษาได้ยากขึ้น ยิ่งถ้าการอักเสบของสิวมีมากหรือสร้างความเสียหายถึงผิวหนังชั้นใน (Dermis layer) ก็จะทำให้เกิดหลุมสิวได้ เพราะหลุมสิวเกิดจากการซ่อมแซมตัวเองของผิวหลังการอักเสบโดยการสร้างพังผืดออกมาเกิดการดึงรั้งและทำให้ผิวยุบตัวลงนั่นเอง

“รอยดำ รอยแดง หลุมสิว วิตามินซีช่วยได้”

Vitamin C เป็นสิ่งตัวแรกๆ ที่คนมักนึกถึงเรื่องความกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำรอยแดงต่างๆ แต่อีกหนึ่งความสามารถที่หลายคนคาดไม่ถึงคือ วิตามินซีสามารถช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้เช่นกัน

วิตามินซี —–> ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว (melanin) + ลดอาการอักเสบ = ลดเลือนรอยแดงรอยดำ

วิตามินซี —–> ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน = หลุมสิวดูตื้นขึ้น

วิตามินซีสามารถยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว (melanin) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดจุดด่างดำต่างๆ ช่วยลดการอักเสบของผิวจึงช่วยลดการแดงของผิวได้ และนอกจากนี้วิตามินซีจึงมีส่วนช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองให้เพียงพอ ให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนหลุมสิวให้ดูจางลง จากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นเส้นใยโปรตีนที่มีในผิวช่วยเรื่องความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว

สิ่งที่ต้องระวัง ถ้าไม่อยากหน้าพังกว่าเดิม !!

คนที่กำลังรักษาสิวอยู่ควรหลีกเลี่ยงการใช้วิตามินซีร่วมกับครีมรักษาสิวที่มีฤทธิ์เป็นกรดเหมือนกัน เช่น ยาแต้มสิวหรือผลิตภัณฑ์รักษาสิวจะใส่สารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและสารเหล่านี้มักมีฤทธ์เป็นกรดจะใช้ร่วมกับวิตามินซีเป็นกรดเหมือนกันไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นแล้วอาจทำให้สิวเห่อขึ้นมายิ่งกว่าเดิม ควรใช้ทั้ง 2 ตัวแยกกันหรือใช้กันคนละช่วงเวลา เช่น ใช่ยาแต้มสิวไประยะเวลาหนึ่งจะกระทั่งสิวอุดตันหรือสิวอักเสบดีขึ้นแต่ยังคงเหลือรอยแดงอยู่ก็สลับมาใช้วิตามินซีเพื่อช่วยในการสมานรอยแผล ลดการอักเสบ ลดเลือนรอยแดง ป้องกันการเกิดรอยดำจากสิว และช่วยป้องกันการเกิดหลุมสิวได้นั่นเอง


Reference :

Pullar M.J., Carr C.A., and Margreet C. M. The Roles of Vitamin C in Skin Health. Nutrients. 2017 Aug; 9(8): 866.

3 ฮีโร่กู้ผิวให้แข็งแรง

หลายคนที่มีปัญหาผิวแห้งถึงแห้งมาก ต้องการมอยส์เจอร์ไรเซอร์ดีๆ สักตัวเพื่อแก้ปัญหาผิวแห้งลอก เป็นขุย แต่งหน้าไม่ติด หรือบางคนอาจมีปัญหาสิวผดอยู่เรื่อยๆ แต่ทำยังไงหน้าก็ไม่อิ่มเด้งฉ่ำน้ำกับเขาสักที อะไรที่เขาว่าดีก็ลองมาหมดแล้ว

รู้หรือไม่ว่า…มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับคนผิวแห้งมาก ไม่ใช่มีแต่สารเติมเต็มความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ควรมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวด้วยถึงจะดี เพราะต่อให้บำรุงผิวไปเท่าไหร่แต่ผิวของเรายังอ่อนแอทำให้กักเก็บความชุ่มชื้นไม่อยู่ ผิวก็แห้งอีกอยู่ดี

3 ฮีโร่สำคัญที่ช่วยกู้ผิวแข็งแรง คือ Ceramides + Cholesterol + Fatty acids

ซึ่งเป็นไขมันที่พบได้ตามธรรมชาติในผิวชั้นนอก การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไขมัน 3 ชนิดนี้จึงเหมือนเป็นการเลียนแบบโครงสร้างชั้นผิว จะช่วยให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้นได้นั่นเอง

  • เซราไมด์ (Ceramides) คือไขมันที่พบได้ตามธรรมชาติในชั้นผิวถึง 47% ของไขมันในผิวชั้นนอก มีส่วนสำคัญมากในเรื่องของความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว
  • คอเลสเตอรอล (Cholesterol) คือไขมันที่แทรกอยู่ตามเซราไมด์
  • กรดไขมัน (fatty acids) ไขมันอีกชนิดเป็นองค์ประกอบอยู่ในโครงสร้างชั้นผิว และเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเซราไมด์ กรดไขมันต่างชนิดกันสร้างเซราไมด์ต่างกัน และมีส่งผลต่อการจัดเรียงตัวของชั้นไขมันอีกด้วย

เพราะโครงสร้างผิวหนังของเรานั้นจัดเรียงตัวเหมือนอิฐก่อปูน อิฐคือเซลล์ผิวที่มีความชุ่มชื้นตามธรรมขาติที่เรารู้จักกันดีว่าเป็น NMFs ประกอบอยู่ และปูนก็คือไขมันที่เชื่อมเซลล์ผิวหรืออิฐแต่ละก้อนเข้าด้วยกัน และคอยทำหน้าป้องกันการเสียความชุ่มชื้นออกจากผิว ถ้าไขมันจัดเรียงตัวไม่ดีก็จะทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงเหมือนกำแพงที่ชำรุด ผิวจึงสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายนั้นเอง

เกราะป้องกันผิวแข็งแรง สำคัญยังไง ?

  • โครงสร้างไขมันในชั้นผิวแข็งแรงจะช่วยให้เซลล์ผิวจัดเรียงตัวเป็นระเบียบ
  • ป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้าสู่ผิว ลดโอกาสกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง
  • ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น
  • สามารถแก้ปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ได้ในระยะยาว

การมีเกราะป้องกันผิวแข็งแรงมีความสำคัญกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้งมากและมีแนวโน้มบอบบางแพ้ง่าย เพราะเป็นเหมือนด่านสำคัญคอยปกป้องผิวจากการสูญเสียความชุ่มชื้น และการคัดกรองสารซึมผ่านเข้าสู่ผิวแล้วกระตุ้นให้เกิดการแพ้และระคายเคือง คนที่มีปัญหาผิวเรื้อรังมักมีเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอจึงทำให้ฟื้นฟูผิวได้ยากนั่นเอง

การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแห้งมากและมีแนวโน้มแพ้ง่าย ไม่ใช่แค่หามอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมดาๆ แต่ควรมีส่วนผสมของเซราไมด์ คอเลสเตอรอล และกรดไขมัน เพื่อฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงและลดปัญหาผิวแห้งลอกในระยะยาวนั้นเอง

ผิวแพ้ง่าย vs ผิวระคายเคือง ใครว่าเหมือน ?

เครื่องสำอางในท้องตลาดปัจจุบันมักทำการโฆษณาว่าเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย (For sensitive skin) ทำให้ใครหลายคนกลับมาตั้งคำถามว่าตัวเองนั้นมีผิวแพ้ง่ายหรือเปล่า…?

จากผลการสำรวจหนึ่งพบว่ากว่า 50% ของผู้หญิงและ 40% ของผู้ชาย คิดว่าตัวพวกเขาเองมีผิวที่บอบบางแพ้ง่าย นั่นทำให้ความต้องการของผลิตภัณฑ์เพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องสำอางอาจไม่ใช่การแพ้เครื่องสำอางเสมอไป เพราะกว่า 80-90% มักเป็นการระคายเคือง มีเพียง 10-20% เท่านั้นที่มีอาการแพ้ แล้วการระคายเคืองกับการแพ้เครื่องสำอางต่างกันยังไง…

อาการข้างเคียงหลังการใช้เครื่องสำอางจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  • อาการแพ้
  • อาการระคายเคือง

อาการแพ้เครื่องสำอาง (Allergic Contact Dermatitis)

  • เป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
  • อาการแสบร้อน ผิวหนังอักเสบ มักเกิดขึ้นหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์หนึ่งเป็นเวลา 10-14 วัน (ระยะกระตุ้นให้เกิดการแพ้) และจะแสดงอาการแพ้รุนแรงขึ้นหลังการใช้ซ้ำ
  • ผิวของเราจะเสียหายลึกไปถึงผิวหนังชั้นกลาง (Dermis) ทำให้มีความรุนแรงมากกว่าการระคายเคือง
  • ควรรักษาโดยการพบแพทย์หรือสามารถป้องกันการเกิดอาการแพ้ได้โดยการหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้แพ้ โดยต้องไปทำการทดสอบการแพ้กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง แต่ละคนจะแพ้สารที่ไม่เหมือนกัน เช่น คนที่ 1 แพ้สาร A แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่เกิดการแพ้ก็ได้

อาการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง (Irritant Contact Dermatitis)

  • อาการคัน แดง ผิวแห้งลอก เป็นสิว เป็นอาการที่แสดงออกมาทันทีหลังจากการใช้เครื่องสำอางนั้นๆ และจะบรรเทาลงเมื่อหยุดใช้หรือล้างออก
  • จะแสดงอาการเฉพาะบริเวณที่ผิวถูกกระตุ้นจากการทาสกินแคร์ หรือสารเคมีต่างๆ ต่างจากการแพ้ที่จะแสดงอาการได้ทั่วร่างกาย
  • สามารถเกิดขึ้นได้ทุกคนและมีความรุนแรงของอาการน้อยกว่าการแพ้

ทำไมเครื่องสำอางส่วนใหญ่จึงใช้คำว่า “ผิวบอบบางแพ้ง่าย”

เครื่องสำอางที่ใช้การโฆษณาว่าเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย หมายถึงความปลอดภัยของการใช้เครื่องสำอางโดยปราศจากสารก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ใช่การป้องกันการแพ้เครื่องสำอาง เราสามารถหลีกเลี่ยงการระคายเคืองได้โดยการดูส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ เช่น แอลกอฮอล์, fragrance, essential oil, สารที่มีความเป็นความเป็นกรดหรือเบสมาก เป็นต้น

อ้างอิง : Inamadar AC, Palit A. Sensitive skin: An overview. Indian J Dermatol Venereol Leprol 2013;79:9-16.

SPF และ PA ในครีมกันแดด…แค่ไหนถึงพอ

ถ้าพูดถึงสกินแคร์ที่สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัยและควรจะใช้ทุกวันละก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ครีมกันแดด” เพราะอากาศเมืองไทยไม่ว่าจะฤดูร้อน หนาว หรือฝน แดดก็เปรี้ยงพร้อมที่จะแผดเผาผิวของเราอยู่ตลอด ครีมกันแดดในท้องตลาดก็มีให้เลือกมากมาย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าครีมกันแดดแบบไหนที่เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย

ก่อนอื่น…มาทำความเข้าใจคำบนฉลากของผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนว่าคืออะไรบ้าง

Broad Spectrum คืออะไร

Broad spectrum บนฉลากหมายถึงผลิตภัณฑ์กันแดดที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย แต่ถ้าต้องการรู้ว่าสามารถป้องกันได้มากแค่ไหนให้ดูที่ค่า SPF และ PA

SPF คืออะไร

SPF หรือ Sun Protection Factor คือค่าที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นี้มาสามารถปกป้องผิวจากอาการผิวไหม้ (burning) หรืออาการแดงจากรังสียูวีบี (UVB) ถ้าคิดเป็นผิวของเราสัมผัสกับแสงแดดเป็น 100%

  • ครีมกันแดดที่มี SPF 15 จะสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ 93.33 %
  • ครีมกันแดดที่มี SPF 30 สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้มากขึ้นเป็น 96.67% หรือประมาณ 97%
  • ครีมกันแดด SPF 50 ที่เป็นที่นิยมนั้นสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ถึง 98%

จะเห็นได้ว่ายิ่ง SPF สูงขึ้นประสิทธิภาพการปกป้องผิวก็สูงขึ้นด้วย แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นทีละน้อยเท่านั้น

…แล้วถ้า SPF สูงกว่า 50 ล่ะ ?

SPF 60 ก็สามารถปกป้องได้เพียง 98.33% จะเห็นได้กว่าต่อให้ SPF มากกว่า 50 แต่การปกป้องผิวไม่ต่างจากเดิมมากนัก และต่อให้ SPF 100 ก็ไม่สามารถปกป้องได้ถึง 100% ทางองค์การอาหารและยา (อย.) กำหนดให้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ SPF มากกว่า 50 ใช้คำว่า SPF 50+ แทนโดยไม่สามารถกำหนดค่า SPF จริงได้เพราะไม่มีการยืนยันว่าสามารถป้องกันรังสี UVB ได้ดีมากกว่า ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 50 ก็เพียงพอแล้ว

PA คืออะไร

การวัดค่า PA ไม่มีมาตรฐานการวัดที่เป็นกลางสำหรับใช้ทั่วโลก เป็นเพียงการวัดตามมาตรฐานของแต่ละประเทศเท่านั้น โดยสัญลักษณ์ PA ตามด้วยเครื่องหมายบวก (+) เป็นการอ่านค่าการป้องกันรังสียูวีเอ (UVA) จากประเทศญี่ปุ่น PA หรือ Protection Grade of UVA เป็นการวัดค่าการป้องกันรังสี UVA จากอาการคล้ำหรือเรียกว่า PPD (Persistent Pigment Darkening) ที่เป็นการอ่านแบบยุโรป

  • PA+ หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ระดับต่ำ หรือป้องกันผิวคล้ำจากรังสี UVA ได้ 2-4 เท่า (PPD = 2-4)
  • PA++ หมายถึง ป้องกันรังสี UVA ได้ระดับปานกลาง หรือป้องกันผิวคล้ำจากรังสี UVA ได้ 6-8 เท่า (PPD = 6-8)
  • PA+++ หมายถึง ป้องกันรังสี UVA ได้ระดับสูง หรือป้องกันผิวคล้ำจากรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า (PPD = 8-16)
  • PA++++ หมายถึง ป้องกันรังสี UVA ได้ระดับสูงมากหรือป้องกันผิวคล้ำจากรังสี UVA ได้มากกว่า 16 เท่า (PPD >16)

การเลือกครีมกันแดดที่สำคัญที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องเลือก SPF หรือ PA ที่สูงที่สุดเสมอไป เพราะนั่นหมายถึงการใช้สารกันแดดในผลิตภัณฑ์มากเกินไป และจะทำให้มีโอกาสให้ผิวเกิดการระคายเคืองมากขึ้นตามไปด้วย แต่ควรเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับกิจวัตรประจำวันและสภาพอากาศที่เหมาะสมมากกว่า หรือถ้าใครต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ควรใช้วิธีทาซ้ำระหว่างวันจะดีกว่า สำหรับสาวๆ คนไทยเลือก SPF 50 และ PA+++ ก็เพียงพอแล้ว

ดูแลผิวแพ้ง่ายของคุณแม่ตั้งครรภ์

เมื่อตั้งครรภ์ผิวของผู้หญิงจะบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว ผิวแห้ง หรือเกิดการระคายเคืองจากการใช้เครื่องสำอางต่างๆ ได้ง่าย จะเลือกใช้อะไรทีก็ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าจะมีผลกระทบไปถึงลูกน้อยในครรภ์หรือไม่ ยิ่งมีสภาพผิวที่อ่อนแอยิ่งต้องดูแลใส่ใจ และเลือกใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยนมากเป็นพิเศษ

คุณแม่ตั้งครรภ์มีวิธีการเลือกใช้สกินแคร์ยังไงบ้าง…

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน SLS/SLES นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดหรือเบสสูงเกินไป

  • หลีกเลี่ยงน้ำมันและซิลิโคน

หลายคนมักเจอปัญหาสิวระหว่างตั้งครรภ์เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปกระตุ้นต่อมไขมันที่อยู่ในรูขุมขนผลิตไขมันออกมามากกว่าปกติ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันและซิลิโคนเป็นเพิ่มการอุดตันในชั้นผิวเพิ่มขึ้น จึงทำให้คุณแม่ผิวหน้ามันและเป็นสิวได้ง่ายกว่าเดิม

  • ใช้ “เจลล้างหน้า” แทน “โฟมล้างหน้า”

โฟมล้างหน้ามักมีฟองเยอะและให้ความรู้สึกแห้งตึงหลังล้าง เพราะใช้สารทำความสะอาดที่มีค่าความเป็นเบสสูงและดึงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติในผิวออกไปด้วย ผิวจะขาดความสมดุลและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ควรเลือกใช้เจลล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนและคงความชุ่มชื้นธรรมชาติในผิวไว้ Facelabs Facial Cleanser Pure Gel No.0 คิดค้นมาเพื่อสภาพผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

  • เติมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ผิวบ้าง

ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันและซิลิโคน แต่เน้นการเติมเต็มน้ำในชั้นผิวให้เพิ่มขึ้น โดยเลือกส่วนผสมที่ไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อย Facelabs Hydrating Essence ด้วยส่วนผสมของ Sodium hyaluronate และ Sodium PCA ที่ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นด้วยส่วนผสมของ Sodium hyaluronate และ Sodium PCA  เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติที่มีอยู่ในชั้นผิวอยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง  

  • ขาดไม่ได้คือ “กันแดด”

หลายคนมักเจอปัญหาฝ้าระหว่างตั้งครรภ์เพราะผิวของคนท้องจะไวต่อแสงมากขึ้น ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็น Facelabs Ultra Sun Protection SPF50 PA+++ ที่ปกป้องทั้งรังสี UVA/UVB ปลอดภัยและไม่มีส่วนผสมสารกันแดดที่เป็นอันตรายอย่างoxybenzone, avobenzone และ homosalate เพราะสารเหล่านี้มีผลกระทบต่อระบบต่อมไร้ท่อและเป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง

ผลิตภัณฑ์ของเฟซแลบส์ผ่านการทดสอบจากสถาบัน Dermscan Asia ว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยน ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์

“สิว” รักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี (จริงๆ นะ)

     หลายคนมักมองหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เห็นผลเร็ว แต่บางคนก็เจอปัญหาสิวเกิดขึ้นซ้ำๆ ที่เดิม ทดลองเปลี่ยนมาหลายยี่ห้อแล้วก็ยังไม่หายซักที แต่รู้หรือไม่ว่า การรักษาสิวที่ดีที่สุดคือการรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง แล้วสิวเกิดขึ้นได้ยังไงกันล่ะ…

  • จุดเริ่มต้นของสิว เกิดได้ด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ น้ำมันส่วนเกิน+เซลล์ผิวที่ตายแล้ว

โดยทั่วไปผิวของเราจะมีการผลิตน้ำมัน (Sebum) จากต่อมไขมัน (sebaceous gland) ที่อยู่ตามรูขุมขนทั่วร่างกาย และผิวของเรามักมีการเซลล์ผิวที่ตายแล้วชั้นนอกสุดออกอยู่ทุกๆ 28 วัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากจนเกินไปและการผลัดเซลล์ผิวน้อยผิดปกติจนทำให้ไขมันอุดตันในรูขุมขน นั่นแหละ “สิวเกิดขึ้นแล้ว” แต่จะเป็นเพียง สิวอุดตันหรือ Comedones เท่านั้น

     นอกจากนี้ผิวของเรายังมีแบคทีเรียที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวอาศัยอยู่ก่อนแล้ว รวมถึงเจ้า P. acne ด้วย แต่ P. acne ไม่ชอบออกซิเจน (สภาวะที่รูขุมขนอุดตัน) และชอบกินไขมันเป็นอาหาร เมื่อสิวอุดตันเกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนสวรรค์พร้อมให้มันเข้าไปอยู่ จากที่ไม่เป็นอันตรายก็จะเริ่มสร้างปัญหาให้กับเราแทน เพราะทุกครั้งที่เจ้า P. acne กินไขมันเข้าไปนั้นตัวมันจะสร้างสารที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและอักเสบขึ้นมา แบบนี้เองที่ทำให้สิวอุดตันพัฒนาไปเป็น สิวอักเสบยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งรักษายากขึ้น และมักทิ้งรอยดำรอยแดง หรืออาจทำให้เกิดหลุมสิวจากการอักเสบไว้อีกด้วย

  • AHA และ BHA จึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมสำคัญของ Facelabs Acne Lotion เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ถึงต้นตอของการเกิดสิว
  • AHA ย่อมาจาก Alpha Hydroxy Acid

ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมา เพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน ลดสิวอุดตันและลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ และช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนจึงช่วยลดการเกิดหลุมสิวได้อีกด้วย AHA มีฤทธิ์เป็นกรด มักเรียกว่ากรดผลไม้เพราะส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ เช่น

  • Glycolic acid สกัดมาจากอ้อย เป็นที่นิยมมากที่สุดเพราะมีขนาดโมเลกุลที่เล็ก
  • Lactic acid จากนมเปรี้ยว

  • BHA ย่อมาจาก Beta Hydroxy Acid

มักรู้จักกันในชื่อ Salicylic Acid สกัดมาจากเปลือกของต้น willow ละลายในน้ำมันและซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ดี จึงช่วยลดความมันจากการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากเกินไป เหมาะกับคนผิวมันและรูขุมขนกว้างเพราะช่วยให้หน้ามันน้อยลงอีกด้วย


Q: คนที่เป็นสิวอักเสบแล้วจะใช้ได้ไหม?

A: ใช้ได้ เพราะ BHA สามารถช่วยลดการอักเสบของสิวได้ และการผลัดเซลล์ผิวจาก AHA ช่วยให้รอยดำรอยแดงจากสิวอักเสบดูจางลง นอกจากนี้ Facelabs Acne Lotion ยังมีส่วนผสมของ Zinc Oxide ที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของสิวอักเสบได้อีกด้วย

โดยเมื่อทาโลชั่นหรือแป้งน้ำลงไปบริเวณที่เป็นสิวจะทำให้สิวอุดตันลดน้อยลง และสิวอักเสบค่อยๆ ยุบและหลุดออกไปอย่างอ่อนโยน สิวไม่ขึ้นซ้ำ ลดเลือนรอยดำจากสิว ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หน้าอก หรือแผ่นหลังก็สามารถใช้ได้ ยิ่งใช้ตั้งแต่เป็นสิวระยะเริ่มต้นย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะปล่อยทิ้งไว้จะทำให้หายช้าและเกิดรอยและหลุมสิวได้ง่าย

แอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางทำร้ายผิวจริงหรอ?

ถ้าพูดถึงวงการเครื่องสำอางแล้ว ใครหลายๆ คนมักหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ (Alcohol) ด้วยความเข้าใจที่ว่า แอลกอฮอล์ทำให้ผิวแพ้ ระคายเคือง หน้าแห้งตึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแอลกอฮอล์ที่เห็นอยู่บนฉลากนั้นไม่ใช้ตัวที่ทำร้ายผิวของเราเสมอไป

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ที่ใช้ในเครื่องสำอางก่อนว่ามีอะไรบ้าง

  • กลุ่ม Fatty alcohol มักจะปรากฎบนฉลาก เช่น cetyl alcohol, stearyl alcohol, cetearyl alcohol พวกนี้มักถูกใช้เป็นตัวผสานน้ำและน้ำมันในสูตรเข้าด้วยกัน (Emulsifier) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะขึ้นเป็นเนื้อครีม ไม่เป็นอันตรายต่อผิว

  • กลุ่ม Glycol จัดเป็นสารกลุ่มที่ให้ประโยชน์กับผิวอย่าง Propylene glycol, Butylene glycol, Glycerol (Glycerin) มักพบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในเกือบทุกประเภทเพราะมีคุณสมบัติให้ความชุ่นชื้นกับผิวได้ดีประเภทหนึ่ง (humectant)

  • กลุ่มที่ใช้สำหรับฆ่าเชื้อ ในทางเครื่องสำอางแอลกอฮอล์ที่ใช้การฆ่าเชื้อ ที่เรามักเห็นกันบ่อยๆ จะเป็น ethanol (ethyl alcohol) และ isopropyl alcohol เท่านั้นที่ อย. อนุญาติให้ใช้เป็นตัวฆ่าเชื้อในแอลกอฮอล์เจลหรือผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโดยไม่ต้องล้างออก โดยต้องมีปริมาณมากว่า 70% v/v จึงสามารถฆ่าเชื้อได้ ด้วยปริมาณที่เยอะขนาดนี้มักทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ง่าย

ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องสำอางอีกหลายประเภท อย่างโทนเนอร์หรือเจลล้างหน้าที่นิยมใช้แอลกอฮอล์ (ethanol)  แต่มักมีปริมาณในสูตรไม่มาก ไม่เป็นอันตรายต่อผิว ใช้เพื่อขจัดและควบคุมความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขน เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการสลายความมันตามรูขุมขนได้ดีเหมาะกับคนที่หน้ามัน และมีสิวอุดตันมาก จึงมักใช้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิว แต่จะไม่เหมาะกับคนหน้าแห้งและผิวแพ้ง่ายเพราะจะยิ่งทำให้ความชุ่มชื้นบนใบหน้าหายไปมากกว่าเดิม

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์

  1. ทำให้หน้าเหี่ยว หน้าแก่ก่อนวัย สาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากแอลกอฮอล์สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีผิวแห้งมาก เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นบนใบหน้า ทำให้รู้สึกหน้าแห้งตึง แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว
  1. Alcohol free หมายถึงไม่มีแอลกอฮอล์อยู่เลย โดยทั่วไปการเคลมว่า alcohol free หรือ no alcohol หมายถึงไม่มี ethanol ในผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่รวมถึงแอลกอฮอล์ประเภทอื่นๆ
  1. ทำให้รูขุมขนกว้าง โดยทั่วไปรูขุมขนกว้างเกิดจากพันธุกรรมมากกว่า เกิดจากฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้ผิวผลิตความมันออกมามาก จนทำให้รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น จึงดูเหมือนรูขุมขนกว้างขึ้นนั่นเอง แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้รู้ขุมขนกว้างแต่ช่วยลดอุดตันของความมันและกระชับรูขุมขนได้ดีต่างหาก

ฮัลโหลลลทุกคนนน วันนี้มินท์อยากมารีวิวไอเท็มสกินแคร์ตัวนึง เป็นตัวน้ำตบของ facelabs hydrating essence จริงๆ คือมินท์แอบใช้มาสักพักแล้วคือเห้ยผิวเปลี่ยนไปจริงๆ จนต้องบอกต่อ ไม่บอกไม่ได้!

Source : พูดไปเรื่อย รีวิวไปงั้น

น้ำตบเผยผิวนุ่ม ผิวดูชุ่มชื้นทันที ยิ่งถ้าใครผิวแพ้ง่าย เหมาะกับตัวนี้ที่สุดแล้ว Facelabs Thailand น้ำตบที่จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำดูสุขภาพดีสุดๆ และยังป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

Source : รีวิวระดับชาติ

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ขอปล่อยรีวิวรัวๆ วันนี้มีผลิตภัณฑ์จาก Facelabs Facial Cleanser Pure Gel เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

Source : Iloveaday’s blog

ใช้เจลล้างหน้า FACELABS มานานแล้วใช้จนจะหมดละ ชอบอ่ะ เพราะเป็นเนื้อเจลแต่ล้างสะอาดดี สิวไม่ค่อยขึ้นด้วย

Source : iamreviews

เจลล้างหน้าของ Facelabe ตัวนี้คือใช้ดีจริงๆอ่ะ ล้างหน้าได้สะอาดมากกก รู้สึกตั้งแต่ใช้มาผิวไม่อุดตันเลย และที่ชอบคือหลังใช้หน้าไม่แห้งตึง

Source : chams_girl

เจลล้างหน้าของ Facelabs ฟิลลิ่งโซกู๊ดมากเลย ตอนนวดผิวมันเย็นๆอ่ะทุกคน พอล้างออกหน้าไม่เอี๊ยดไม่แห้ง

Source : Nananblogblog

เอาดีๆเห็นแต่คนอื่นรีวิวนี่ก็พึ่งได้ลองเจลล้างหน้าเฟสแลป เราใช้สูตรผิวแห้งล้างสะอาดดี หลังล้างผิวยังชุ่มชื้นอยู่ไม่แห้งเอี๊ยด

Source : pkmihyun

ชอบเจลล้างหน้าตัวนี้ง่ะ แพคเกจจิ้งดูสดใส วัยรุ่นชอบ ขนาดพอดีมือ พกพาง่ายมาก เนื้อเจลล้างหน้าแบรนด์นี้ไม่เหมือนใครเลย มีความนุ่มละมุน

Source : kynnsk

ลองซื้อเจลล้างหน้า Facelabs มาใช้แล้วรู้สึกว่าเวิร์คดีอ่ะ ล้างสะอาด หน้าไม่แห้งตึง ตัวที่ใช้จะเป็นหลอดสีเขียว

Source : ter_tories

ตัวเจลล้างหน้าของ FACELABS ใช้แล้วรู้สึกดีมาก เป็นเจลใสๆ ใช้แล้วรู้สึกได้เลยว่าล้างหน้าสะอาดมากๆ

Source : BzReview

ของดีต้องบอกต่อเเล้ว นี่เลย เจลล้างหน้า Facial cleanser pure gel ตัวนี้คือติดใจสุดๆเลย ตัวนี้ที่มะปรางจะมาบอกก็คือน้องเป็นสูตร ผิวเเพ้ง่ายเป็นพิเศษ

Source : my_maprangg

วันนี้กายแก้วจะมารีวิวเจลล้างหน้าที่ได้ใช้มาสักพักนึง ใช้แล้วชอบเลย เนื้อเจลใสๆ ไม่มีฟอง หลังจากล้างหน้าเสร็จ ผิวหน้าจะไม่แห้งตึง

Source : gaykaew_4444

Facial cleanser gel เป็น favourite สกินแคร์ตัวนึงที่เรารู้สึกว่าควรบอกต่อ เพราะความพิเศษของน้องคือคุมมัน กันสิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายแบบเราๆมากๆ

Source : jittranut___

เค้าเลิฟเจลล้างหน้า #facelabs สีชมพูตัวนี้มว๊ากควบคุมความมันได้ดี จะออกไปตะลอนๆ เที่ยวไหนผิวก็ไม่มันเยิ้ม

Source : naraii18

ไปเรียนทั้งวัน ปกติหน้าจะมันเเล้วสิวก็มาขึ้นตลอด เเต่ตอนนี้ไม่มีเเบบนั้นอีกแล้วจ้า เพราะตั้งเเต่ได้ใช้ FACELABS facial cleansers pure gel no.3 oily skin

Source : mxxt.x

ปกติเก้าผิวมันมากกกกก จนเก้าได้ลองใช้ FACIAL CLEANSER PUREGEL No.3 for OilySkin สูตรสำหรับผิวมัน เดี๋ยวนี้เลยหมดห่วงเรื่องสิวไปเลย

Source : gaoganya

ทริปไหนๆ เค้าก็ต้องพกติดกระเป๋าไปด้วย ขาดเจลล้างหน้า @facelabs.official ตัวนี้ไม่ได้จริงๆ

Source : rraniateszen

จากหน้าแห้งตอนนี้ผิวหน้าชุ่มชื้นกลับมาฉ่ำวาวเหมือนเดิม ต้องยกให้ FACELABS FACIAL CLEANSER PURE GEL สูตร DRY SKIN เจลล้างหน้ามีมอยเจอร์ไรเซอร์ทำให้ผิวชุ่มชื้นตั้งแต่ล้างหน้าเลยน้ะจ้ะ

Source : imispear

อยากรู้มั้ยว่าฟางใช้อะไรล้างหน้าน๊า ผิวถึงได้เนียนใส ไร้สิวแบบเน้ ความลับขอฟางก็คือ เจ้าตัวนี้เลย เจลล้างหน้า #facelabs ที่ฟางชอบมากๆ

Source : ffalangfang

ช่วงรับปริญญามาทั้งวันหน้าไม่มันเยิ้มเลยนะ เพราะปกติในชีวิตหน้าประจำวันหน้าจะมันเยิ้มแล้ว แต่ตั้งแต่ใช้ facelabs Facial Cleanser Pure No.3 for Oily Skin ปัญหาหน้ามันระหว่างวันก็ดีขึ้นเรื่อยๆเลย

Source : mifarashita

เดียเป็นคนที่แต่งหน้าแทบทุกวัน มีปัญหาพวกแต่งหน้าไม่ค่อยติดเป็นจุดๆ เพราะช่วงทีโซน ตรงหน้าผาก จมูก คาง จะผิวมัน แต่ช่วงแก้มจะมีปัญหาแห้งลอกบ้างเล็กน้อย

Source : ddiapatte

Facelabs Facial Cleanser Pure Gel เป็นเจลล้างหน้าที่ผึ้งมีติดตัวไว้เป็นประจำ พกพาง่าย ไม่ว่าจะพกไปเที่ยว หรือพกไปใช้หลังซ้อมวอลเลย์บอล สำหรับผึ้งนี่ขาดไม่ได้เลยนะ

Source : honeynp__

เห็นใน pantip บอกว่าแบรนด์นี้ดีเลยลองดู อันนี้ไปซื้อในวัตสันมานะ เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายพิเศษ ลองแล้วโอเคเลย ล้างเสร็จแล้วรู้สึกหน้าสะอาด แต่ไม่เอี๊ยด แล้วก็ไม่มีอาการแพ้อะไรใดๆ

Source : kartoontaranpak

ใครที่เคยแพ้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวอื่น ๆ อินดี้แนะนำให้ลองใช้ตัวนี้เลย 𝐅𝐀𝐂𝐄𝐋𝐀𝐁𝐒 FACIAL CLEANSER PURE GEL No.0 For Hypersensitive Skin

Source : indyindyy

Facelabs ดีอีกแล้ววว รอบก่อนรีวิวน้ำตบไป รอบนี้เจลล้างหน้าคือดีย์เหมือนกัน ชอบตรงล้างแล้วหน้ายังชุ่มชื้นอยู่ไม่เอี๊ยดๆ

Source : uptomereview

คือเริ่ด!! เจลล้างหน้าตัวนี้ ยิ่งใช้สิวยิ่งลดลง ใช้ทุกวันเรื่องหน้ามันลืมไปเลยจ้ากระดาษซับมันก็คือทิ้งค่ะเพราะผิวไม่มันเลย

Source : namziiww30

อากาศหนาวแล้วใครผิวหน้าแห้งเราแนะนำใช้เจลล้างหน้าตัวนี้เลย ใช้แล้วผิวชุ่มชื้นมากตัวน้องเค้ามีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นมากก

Source : kttawan

FACELABS นอกจากน้ำตบแล้วเราก็ใช้เจลล้างหน้า​ ​มีหลายสูตรตามสภาพผิวแต่ละคนด้วย​ เราใช้​ No.3 สำหรับผิวมันแพ้ง่าย​ ไม่มีสีไม่มีฟอง​

Source : inkmaya

เคยใช้ตัวน้ำตบของ Facelabs แล้ว รอบนี้ลองเจลล้างหน้าบ้าง อันนี้เป็นสูตรสำหรับผิวธรรมดา เนื้อเป็นเจลใส ไม่มีฟอง ล้างแล้วหน้าไม่เอี๊ยดเลยอะ

Source : ZeibabReview

ช่วงนี้หน้าไม่มันเลยเพราะใช้เจลล้างหน้าของ facelabs ปกติตื่นมาหน้ามันแต่ตอนนี้ไม่เลยจ้า พอใจมากๆ

Source : WhoEMIreview

ปกติแต่งหน้าก็จะใช้คลีนซิ่งออยล์เช็ด​อยู่แล้วละลายพวกเมคอัพที่ติดทน และล้างหน้าด้วยเจล facelabs เสมอ​

Source : Boxbunny_tai

ราได้สูตรลดสิวมาใหม่ นางเป็นเจลล้างหน้าสูตรคุมมันลดสิว FACELABS ใช้คู่กับเจลแต้มสิว เพอร์เฟกมาก สิวลดหน้าก็ไม่มัน ผิวใสขึ้น ลดการเกิดสิว เห็นผลไวมาก

Source : Savitree_review

เราจะไม่ยอมเป็นสาวน้อยหน้ามันอีกต่อไป เพราะเราเจอเจลล้างหน้าดีๆที่เหมาะกับเราเเล้ว นั่นก็คือ FACIAL CLEANSER PUREGEL No.3 for Oily Skin เจลล้างหน้าที่ทำมาเอาใจคนที่เป็นสิว

Source : __baifern

เจลล้างหน้าของ Facelabs เป็นitemที่สาต้องพกติดตัวตลอด ตั้งแต่ที่เริ่มใช้มาผิวหน้าชุ่มชื่นขึ้นมากเพราะเค้ามีมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้น

Source : sa.spp

เคล็บลับผิวใสของเข็มต้องตัวนี้เลย Facelabs Facial Cleanser Pure Gel หลังจากที่เข็มใช้เจ้าตัวนี้รู้สึกว่าผิวหน้าชุ่มชื้นมาก ผิวนุ่มขึ้น แล้วมันทำให้สิวยุบด้วย

Source : Praiya Jitnantakul

สาวๆที่เป็นสิว ผิวมัน แพ้ง่าย น้ำแนะเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนของ Facelabs ตัวนี้เลยค่า เขาช่วยลดสิวและคุมมันตลอดวันได้ดีมากๆ

Source : Nam Nam Bazoom

หลังจากได้ลองใช้เจลล้างหน้า Facelabsสูตร oily skin แล้วรู้สึกว่าหน้ามันน้อยลงแต่ยังคงความชุ่มชื้นให้ผิว สิวอักเสบและสิวผดลดลงเห็นได้ชัด

Source : Yaya Sxb

เเอมป์มีเจลล้างหน้ามาเเนะนำนะคะ เป็นเจลเนื้อใส ผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบายมากเลยค่ะ แอมป์ใช้แล้วไม่เเพ้ ไม่ระคายเคืองผิวสักนิด

Source : Natthawipa Amonphongchai

เจลล้างหน้าที่ชอบตัวนี้เลย FACELABS สูตรที่ส้มใช้คือ No.3 สำหรับผิวมันแพ้ง่ายใช้แล้วทั้งคุมมันแถมหน้าไม่แห้งตึงแต่ยังคงความชุ่มชื้นไว้อีกด้วยเพอร์เฟคขนาดนี้

Source : Nam Som

เจลล้างหน้าของ #Facelabs คือดีจริงๆนะ หมดแล้วซื้อซ้ำอ่ะเอาดีๆ เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และเป็นอะไรที่อ่อนโยนแต่สะอาดสุดๆ

Source : พลอยย ย.

ออยเป็นคนผิวผสมแต่ไปทางค่อนข้างแห้ง ช่วงก่อนแต่งหน้าแล้วผิวเป็นคราบแห้งแตก มีคนแนะนำลองมาใช้ตัวนี้ พอได้ลองใช้แล้วติดใจมาก

Source : Aoii Natthi

ใช้ดีไม่เเพ้อีกด้วยใช้แล้วหน้านุ่มๆผิวไม่แห้งตึง เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี ล้างแล้วรู้สึกหน้าสะอาด ออมใช้สูตร 01 สำหรับผิวเเห้ง-แพ้ง่าย ตามหาได้ที่ วัตสัน นะคะ

Source : Intira Aom

เจลล้างหน้าลูกรักตัวนี้ อันที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้5555 อ่อนโยนมากกก ไม่มีฟอง ปกติแล้วหน้าเมย์แพ้ง่ายมากๆ ลองมาหลายตัวแต่ตัวนี้คือดีจริง

Source : ugmii

ปกติเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายมากค่ะ หลังใช้เจลล้างหน้าของFacelabsไป รู้สึกได้เลยว่าหน้าสะอาด ชุ่มชื้น แถมยังเป็นเจลล้างหน้าที่ไม่มีฟองด้วยน้า ไม่ระคายเคืองเลย

Source : Som’o Thanyachanok

เจลล้างหน้า#facelabs ตัวนี้แอบใช้ดีแหะ คุมมันได้อยู่หมัดมากๆ ตั้งแต่ใช้สิวยุบลงเยอะเลยอ่ะ หลังล้าง รู้สึกสดชื่น เย็นๆ ผิวดีน๊า ใครสนใจ ไปตำได้ที่ shopee

Source : นาว กัญญาวีร์ แก้วทองคำ

ลองใช้เจลล้างหน้า ของ Facelabs No.2 รู้สึกได้ว่าหน้ามันน้อยลง ปกติช่วง T zone จะมันมาก แต่หน้าก็ไม่แห้งไม่ลอก ยังมีความชุ่มชื้น ลดความมัน แถมสิวไม่มากวนใจอีกด้วย

Source : Sudarat Ngoemsanthia

ใครที่มีผิวแพ้ง่าย ผักบุ้งแนะนำเจลล้างหน้า facelabs สูตร hypersensitive skin สำหรับผิวแพ้ง่ายพิเศษ ใช้แล้วหน้าไม่แห้งตึงและไม่ระคายเคืองเลย อ่อนโยนมากๆ

Source : Pakkaporn Phatong

ได้ลองใช้เจลล้างหน้า #facelabs สูตร No.3 สำหรับผิวมัน-แพ้ง่าย จะบอกว่าเป็นเจลล้างหน้าที่ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ดีมากๆ

Source : 0f2.8

ปกติเป็นคนผิวหน้ามัน ได้ลองใช้FACELABS FACIAL CLEANSER PURE GEL No.3 for Oily Skin รู้สึกว่าช่วยเรื่องคุมมันและลดสิวได้ดีทั้งสิวผด สิวอักเสบ สิวอุดตัน ไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ

Source : dream__mii

ตั้งแต่ได้ลองเจลล้างหน้า Facelabs No.2 for Normal Skin ก็ลืมปัญหาผิวแห้งลอกและปัญหาหน้ามันไปเลย

Source : guiguitargg

เค้าชอบเจลล้างหน้าตัวนี้มาก คือเป็นสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษ✨ ยิ่งใช้ผิวยิ่งชุ่มชื้น อ่อนโยนมากๆ

Source : bam__nwp

แทนเป็นคนผิวผสม และหาเจลล้างหน้ายากมาก ที่จะเหมาะกับผิวตัวเองจนมาเจอเจ้าตัวนี้ แบรนด์ facelabs แทนลองแล้วคุมมันดีมาก สิวไม่ขึ้นเลยนะ

Source : tantan.xo

ทุกคนนน อากาศหนาวๆ เย็นๆ ร้อนๆ 🌨☀️แบบนี้ผิวกี้แห้งง่ายมาก กี้เลยลองซื้อเจลล้างหน้าของ facelabs

Source : cookiepavisa

ใครมีผิวผสมเหมือนเราบ้าง ทั้งหน้าผาก จมูก คาง มันแผล่บๆ ไหนจะสิวขึ้นหน้าลอกอีก มีเพื่อนแนะนำให้ลองใช้ FACELABS

Source : Noon Boonyawee

พู่เป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เวลาแต่งหน้าหนักๆ หรือโดนสารเคมีบางอย่างจะเริ่มมีอาการแดงคัน และสิวขึ้นง่ายมาก เลยเลือกใช้เจลล้างหน้า ที่มีส่วนผสมอ่อนโยน

Source : Chompoo Punnapha

เเกเอ้ยย เมื่อเช้าใช้เจลตัวนี้ล้างหน้าดู ผิวดีมาก ไม่เเห้ง ชุ่มชื้นสุด ผิวดูสุขภาพดีมาก ไม่เอี๊ยด ดีดีดีดี

Source : ms_sisipi

เห็นรีวิวเยอะมากตัวนี้ เจลล้างหน้า FACELABS ในที่สุดก็โดนตกจนได้ ญาดาใช้สูตรผิวมันแพ้ง่าย

Source : adaymoodd

เจลล้างหน้าประจำตัวหมดแล้วต้องซื้อซ้ำ ส่วนตัวเป็นคนผิวมันเราชอบตรงที่ใช้แล้วรู้สึกผิวสะอาดแต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าแห้งเลยนะ

Source : Mild_MicIdol

เพื่อนๆช่วงนี้หมี่แต่งหน้าแทบทุกวันเลยค่ะทำให้ผิวหน้าช่วงทีโซน

Source : mutmeemee3

เป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน โดยเฉพาะแถวทีโซน แถมต้องใส่แมสก์ทั้งวัน หมักหมมมาก

Source : pocky_pjr

Q: เป็นสิวแต่ไม่อยากไปหาหมอ ใช้อะไรดี?

Source : _tourny

ใครที่เป็นสิวผิวมันบอกเลยว่าห้ามพลาด เราใช้เจลล้างหน้า Facelabs

Source : fonstarrr

แนะนำ Facelabs Facial Cleanser Pure Gel อันนี้เป็นสูตรสำหรับผิวมันน้า เราชอบนะ เพราะเนื้อเจลเขาค่อนข้างเข้มข้นเลยแต่ล้างสะอาดมากเลยอะ

Source : memydaygirl

เจอเจลล้างหน้าของ FACELABS เป็นเจลล้างหน้าอีกตัวที่แนะนำเหมาะกับคนที่ผิวหน้ามัน และมีสิวเป็นผดผื่น

Source : noonnoiireview

มาแนะนำเจลล้างหน้า คือเราชอบที่แบบน้องเป็นเนื้อเจลไม่มีฟอง แต่ล้างออกมาแล้วรู้สึกสะอาดหน้าสุด ไม่มัน แต่ก็ไม่เอี้ยด

Source : pungiireviewx

แนะนำเจลล้างหน้าที่ใช้ทุกวัน ของ Facelabs สูตรสำหรับคนผิวมันตัวนี้ เรามาใช้ตลอด หน้ามันน้อยลง

Source : belle_chd

ตามหาเจลล้างหน้าแบบนี้มานานแล้ว ไม่มีฟองไม่ทำให้ผิวแห้ง ล็อคความชุ่มชื้น แถมไม่มีสารที่ทำให้แพ้

Source : yingpeereview

ตัวนี้คือต้องมีติดห้องน้ำไว้ค่าทุกคน เจลล้างหน้า FACELABS No.3 เหมาะสำหรับผิวมันแพ้ง่าย

Source : moomheereview

ก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยเจลล้างหน้าของ Facelabs แบบเนื้อเจล แนะนำมากๆสำหรับคนเป็นสิวผิวเเพ้ง่าย

Source : nnannie_e

ชอบเจลล้างหน้า facelabs no.2 มากก เค้าเป็นเนื้อเจลใสๆ ไม่มีกลิ่นไม่มีน้ำหอม อ่อนโยน สิวไม่ขึ้น

Source : waiiprd

เคล็ดลับสิวแห้งไว ลดการเกิดสิวใหม่

Source : MindFinlay

เห็นรีวิวมาเยอะ ถึงเวลามาลองเองบ้าง เจลล้างหน้า facelabs เราใช้สูตรผิวแห้ง

Source : jellllnrr

ไปเที่ยวไหนก็พกเจลล้างหน้าตัวนี้ไปใช้ตลอดเลย FACELABS เป็นเจลล้างหน้าสำหรับผิวแพ่ง่าย

Source : Suphamass

วันนี้ไปเดินวัตสัน เลยสอยเจลล้างหน้าของ facelabs

Source : _warinthips

ช่วงนี้หน้าแพ้ง่ายมากเลยแม่ นิดหน่อยผดก็เห่อ สิวก็ขึ้น ได้มาเจอเจลล้างหน้าของ #Facelabs

Source : wi_wireviews

ช่วงนี้ในแมสทุกวันแล้วฉันแพ้แมสหนักมากสิวผดเม็ดแดงๆขึ้นมาเต็มแก้มเลยเธอเอ้ย

Source : Pakpaojaoka

ใครมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง ลอกเป็นขุยบ่อยๆ ใช้เจลล้างหน้า Facelabs สูตร Pure Gel No.1 นี้เลย

Source : DiaryDearly

บอกก่อนว่าเราเป็นคนไม่ค่อยแพ้อะไรเลย ผิวผสมค่อนไปทางแห้งมากกว่า ช่วงนี้ก็คือใช้เจลล้างหน้าของ Facelabs

Source : imchabaa

วันนี้จะมาบอกต่อไอเทมสำหรับคนผิวแห้ง ปกติเราเป็นคนผิวผสม แต่จะหนักไปทางแห้งมากกว่า

Source : Newkigeegy

เจลล้างหน้าที่ #ถูกและดี ต้องตัวนี้เลย น้อนคือ 𝗙𝗔𝗖𝗜𝗔𝗟 𝗖𝗟𝗘𝗔𝗡𝗦𝗘𝗥 𝗚𝗘𝗟 𝗡𝗢.𝟭 เหมาะสำหรับผิวแห้ง-แพ้ง่าย

Source : aniiteryy

เจลล้างหน้าตัวโปรดเลย ใช้มาหลายหลอดมากของ #facelabs สูตรผิวแห้ง-แพ้ง่าย

Source : achreview

คู่หูกู้ผิวแห้งที่ต้องมีติดบ้านไว้จริงๆ เราผิวแห้งชอบเจลล้างหน้าของ #Facelabs มาก เนื้อเจลใส ไม่มีฟองแต่ล้างหน้าได้สะอาด

Source : reviewwhateverr

เจลล้างหน้า Facelabs ตัวนี้เค้าชอบมาก นางไม่มีฟอง ทำให้เวลาล้างจะล้างออกง่ายมากๆ

Source : firstfsttreview

สาวๆผิวมันมารวมกันตรงนี้ เจลล้างหน้าFACELABS เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสูตรสำหรับสาวผิวมันแพ้ง่ายโดยเฉพาะ​

Source : thisisoleang

ใครที่ผิวมันและแพ้ง่าย​ ต้องโดน​ Facelabs Cleanser Pure​ Gel​ หลอดสีฟ้า-ขาว ตกละแหละ

Source : wch_reviews

เจลล้างหน้า #FACELABS เค้าใช้สูตร oily skin สำหรับคนผิวมัน-เป็นสิว ใช้แล้วคุมมันดีนะ ผิวหน้าก็สะอาด

Source : delardollar

แกมันดีมาก ปกติไม่ค่อยชอบใช้แบบเจลล้างหน้าเท่าไหร่ เหมือนมันล้างไม่ค่อยสะอาด แต่ตัวนี้โอเคเลย

Source : puthaireview

หมดแล้วจ้าตัดหลอดอีกแล้วจ้า Facial Cleanser Pure Gel No.3 ตัวนี้จะเน้นเรื่องคุมมันซึ่งเราชอบมาก ช่วยลดพวกสิวอักเสบ สิวอุดตัน ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง

Source : HN_PP08

ช่วงนี้รู้สึกว่าหน้าตัวเองมันมาก และมีสิวเยอะขึ้นเลยไปสอยเจลล้างหน้าของ #FACELABS มาใช้

Source : duangreview

แมสก์ทำพิษเลยต้องหาไอเทมมาปกป้องใบหน้าแสนสวย(?)ของตัวเอง ตอนนี้ใช้เจลของ #facelabs เน้นเรื่องคุมมัน ลดสิวได้ดี

Source : HoneyzBenya

เจลล้างหน้าที่ชอบมากช่วงนี้ ตอบโจทย์หน้ามัน เป็นสิว แพ้ง่าย อย่างเรามาก

Source : hwapunch

มาแชร์ Set ก่อน-หลังล้างหน้าลูกรักช่วงนี้

Source : moohann_

นี่คือเซตคุมมันของเราในวันปกติแบบไปเรียน ล้างหน้าด้วยเจลของ facelabs อ่อนโยนมากๆ

Source : sinaomsinx

เจลล้างหน้าของ Facelabsคือดี เนื้อจะเป็นเจลสีใสๆ ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำหอม

Source : parisisreview

How to ผิวใสทะลุแมสก์


ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าแมสก์ (mask) หรือหน้ากากอนามัย กลายเป็นไปเทมประจำตัวที่ต้องมีกันทุกคน และต้องใส่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา เมื่อใส่นานๆ เข้า บางคนก็จะเจอปัญหาสิวเห่อ สิวผด สิวอุดตัน ไม่แต่งหน้าก็แล้ว ผื่น รอยแดง อาการคันก็ยังมีมาให้กวนใจ ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ด้วยแล้ว ผิวหน้าที่แห้งอยู่แล้วก็จะยิ่งอ่อนแอลงไปอีก

สิวผด สิวอุดตัน ผื่นคันและรอยแดง จากการใส่แมสก์ เกิดจากอะไร…

ความอับชื้น จากการไอ จาม หรือเหงื่อที่สะสมตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อราและแบคทีเรีย เป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้

การอุดตัน พวกเมคอัพต่างๆ มักทำให้หน้าเกิดสิวอุดตันได้ง่ายขึ้น เพราะส่วนผสมส่วนใหญ่คือน้ำมัน เป็นการเพิ่มความมันบนใบหน้า ยิ่งเจอยิ่งเผชิญกับฝุ่นและมลภ­าวะในแต่ละวันก็ยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวง่ายขึ้น

การเสียดสี การใส่แมสก์ตลอดเวลาอาจทำให้เกิดการแดง คัน เป็นผื่นได้ เพราะผิวเกิดการเสียดสีตลอดเวลา ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง นำไปสู่ผิวแพ้ระคายเคืองได้ง่ายนั่นเอง

How to ดูแลผิวให้สวย ใส ทะลุแมสก์

  • ล้างหน้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นการลดการสะสมของสิ่งสกปรก ความมัน และเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดสิวที่ดีที่สุด อย่าง Facelabs Facial Cleanser Pure Gel ที่ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เพิ่ม ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา เพื่อให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง ลดผิวแห้ง ลอก เป็นขุย และคันจากการเสียดสีของแมสก์และผิวหน้า อย่าง Facelabs Oil Free Moisturizer ที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานตลอดวัน
  • ไม่ใช้แมสก์ซ้ำ ควรเปลี่ยนทุกวัน ถ้าเป็นแมสก์ผ้าควรมีการซักทุกครั้งก่อนนำกลับมาใช้ใหม่
  • ถ้าเกิดสิวขึ้นแล้ว ควรใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ช่วยไปลดการอุดตันของรูขุมขน อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดความมัน อย่าง Facelabs Acne Lotion

การทำความสะอาดผิวหน้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน พร้อมการบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นและแข็งแรงอยู่เสมอ เป็นขั้นตอนง่ายๆ เพื่อให้ผิวสวยใสทะลุแมสก์ ใส่นานแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวหน้าพัง

นอกจาก Facelabs Thailand เค้าจะมีเจลล้างหน้าที่เราชอบมั่กๆๆแล้ว เค้าก็ยังมี Skin care อื่นๆอีกเยอะเลย วันนี้หยิบตัว FACELABS Revival Lift Gel มาแนะนำกันค้าบ

ใช้ดีต้องรีบตุนน ในวัตสันกำลังจัดโปร 1 แถม 1น้ำตบ FACELABS ขวดจิ๋วอันนี้ในทวิตฮิตมากเด้อใช้แล้ว #ผิวนุ่มชุ่มชื้นทันที ตบลงผิวแล้วผิวอิ่มน้ำสุด

พูดถึงแบรนด์ FACELABS ต้องนึกถึงเจลล้างหน้ากันเนอะ ทางเราชอบมากและใช้ต่อเนื่องมาเกินครึ่งโหลแล้ว โดยคอนเซ็ปต์ของแบรนด์คือการใช้ส่วนผสมที่อ่อนโยน

Beauty Tips เคล็ดลับความสวยที่อยากแบ่งปัน by FACELABS


💙Beauty Tips เคล็ดลับความสวยที่อยากแบ่งปัน💙

วันนี้เฟซแลบส์มี Tip ดีๆสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย อย่าง “Step การเตรียมผิวสวย” ก่อนออกเดทมาฝากสาวๆ กัน เราจะต้องเตรียมผิวยังไงก่อน? ควรใช้ตัวไหนก่อน? Tips นี้บอกหมดไม่มีกั๊ก! ตามมาดูกันเลยจ้า


FACELABS ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในงานบรรยายหัวข้อ “หยุดเวลาพาย้อนวัย” ณ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.)

บริษัทเฟซแลบส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานบรรยายหัวข้อ “หยุดเวลาพาย้อนวัย” ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.) ในวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระกฤษ์ อาจารย์ ประจำหลักสูตรบัณฑิตวิทยาลัย การชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโลหิตวิทยา และอองโคโลยีพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล รพ.ศิริราช และดร.นพ.เพิ่มยศ เรื่องสกุลราช ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด ร.พ.หัวใจ กรุงเทพ

รู้จักวงจรผิว เพื่อการดูแลผิวสวย

โดยทั่วไปวงจรผิวของเราจะมีอายุประมาณ 28 วัน แต่สาวๆ หลายคนมักเจอปัญหาสิวและหน้าหมองคล้ำก่อนมีประจำเดือน บางคนผิวแห้ง โทรม และแพ้ง่ายในช่วงวันนั้นของเดือน พอผ่านไปสักพักผิวก็กลับมาสวยเหมือนเดิม วนลูปแบบนี้ไปทุกๆ เดือน สาวๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไม แล้วสภาพผิวหน้าของเราเกี่ยวอะไรกับรอบเดือนด้วย

คำตอบก็คือ…ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ทำความรู้จักวงจรผิวกับฮอร์โมน

  • ช่วงก่อนมีประจำเดือน

เป็นช่วงที่สาวๆ หลายคนมักประสบปัญหาสิวบุก เพราะระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนสูง ระบบเผาผลาญลดลง มีการสะสมของเสียใต้ผิว ผิวหมองคล้ำ และผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ ควรดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดผิวหน้าเน้นขจัดความมันและสิ่งสกปรกล้ำลึกด้วย Facelabs Facial Cleanser Pure Gel No.3 และควบคุมความมัน กระชับรู้ขุมขมขนด้วย Facelabs Clarifying Toner No.3

  • ช่วงมีประจำเดือน

เป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนและโปรเจสเตอโรนต่ำ การสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิก ในชั้นผิวน้อยลง ส่งผลให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดี ทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย ควรเน้นบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีความอ่อนโยนกับผิว อย่าง Facelabs Oil Free Moisturizer ที่เน้นบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกและยาวนานตลอดวัน

  • ช่วงหลังมีประจำเดือน

ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น ทำให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง เพราะมีการผลิตคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิกในชั้นผิวมากขึ้น เหมาะกับลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะผิวแข็งแรงขึ้นและพร้อมรับการบำรุงได้เต็มที่มากขึ้น ด้วยการเน้นบำรุงผิวที่มีความเข้มข้น อย่าง Facelabs Hydrating Essence เอสเซนส์บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และ Facelabs Luminah Serum เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น ช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ถ้าเราเข้าใจสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามฮอร์โมน ก็จะทำให้เราดูแลผิวได้ถูกวิธีและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องกับสภาพผิวในเวลานั้น เพื่อผิวสวยใสอย่างเป็นธรรมชาตินั่นเอง