Skin Balancing คืออะไร ทำไมการปรับสมดุลผิวถึงเป็นหัวใจของการดูแลผิว

คุณเคยสังเกตไหมว่าบางวันผิวของคุณดูสดใส เปล่งปลั่ง แต่บางวันกลับมันเยิ้ม หมองคล้ำ หรือแห้งลอกจนแต่งหน้าไม่ติด? ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าผิวของคุณกำลังเสียสมดุลจากปัจจัยรอบตัว เช่น สภาพอากาศ มลภาวะ หรือพฤติกรรมการดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม

นี่จึงทำให้ Skin Balancing คือกุญแจสำคัญในการดูแลผิวให้แข็งแรง ช่วยควบคุมความมัน คงความชุ่มชื้น และป้องกันปัญหาผิวที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผิวดูสุขภาพดีในทุกวัน

 

Skin Balancing คืออะไร ?

Skin Balancing คือการปรับสมดุลผิว เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการรักษาสมดุลของผิวให้คงที่ ไม่เอียงไปทาง “แห้งเกินไป” หรือ “มันเกินไป” โดยระบบของผิวต้องทำงานอย่างสมดุลเพื่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Homeostasis” หรือสภาวะคงที่ของร่างกาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบในเชิงชีววิทยาของผิว ได้แก่

  1. 1. สมดุลของน้ำ และไขมันในผิว

ผิวมี Sebum (น้ำมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน) และ Natural Moisturizing Factors (NMFs) ซึ่งช่วยรักษาความชุ่มชื้น หากผลิตน้ำมันมากเกินไปก็จะทำให้ผิวมัน เกิดสิวอุดตัน แต่หากสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป ผิวก็จะแห้งตึง หรือระคายเคืองง่าย ซึ่ง Skin Balancing จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นโดยไม่ผลิตน้ำมันมากเกินไป

  1. pH ของผิว

โดยปกติผิวจะมี pH อยู่ที่ 4.5-5.5 ซึ่งเป็นกรดอ่อน ๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรค ถ้าสูง หรือต่ำเกินไปอาจทำให้ผิวแห้ง แพ้ง่าย และเกิดการระคายเคือง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับ pH ผิวจึงช่วยรักษาสมดุลนี้

  1. สมดุลของจุลินทรีย์ผิว

ผิวของเรามีจุลินทรีย์ที่ดี และไม่ดีอาศัยอยู่ เมื่อสมดุลเหมาะสมจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ และการอักเสบได้ แต่ถ้าหากมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรง หรือการล้างหน้ามากเกินไป อาจทำลายจุลินทรีย์ที่ดี ทำให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น

  1. เกราะป้องกันผิว

ผิวชั้น Stratum Corneum เป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ และป้องกันสิ่งแปลกปลอม หาก Skin Barrier อ่อนแอ จะทำให้ผิวแพ้ง่าย เกิดอาการแห้งลอก หรืออักเสบได้ง่าย

 

ปัจจัยที่ทำให้ผิวเสียสมดุล

การที่ผิวเสียสมดุลเกิดจากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของผิว ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น สิว ผิวแพ้ ผิวแห้ง หรือผิวมันเกินไป โดยมีปัจจัยดังนี้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงกับประเภทผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ หรือซัลเฟตที่สามารถทำลายชั้นป้องกันของผิว และทำให้ผิวแห้งระคายเคือง นอกจากนี้รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิว หรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ผิวบางลง และสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

– การล้างหน้าบ่อยเกินไปจะทำลายไขมันที่ช่วยปกป้องผิว และทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวแห้ง และระคายเคืองได้ง่าย

การสัมผัสกับรังสี UV จากแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกันด้วยครีมกันแดดามารถทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เกิดความหมองคล้ำ ผิวแห้ง และเกิดริ้วรอยได้ง่าย

– การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือไขมันทรานส์มากเกินไปสามารถกระตุ้นการผลิตไขมันในผิว และทำให้เกิดสิว หรือปัญหาผิวมัน

– การนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้การฟื้นฟูผิวในช่วงเวลากลางคืนลดลง ซึ่งส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน และเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยได้ง่าย นอกจากนี้ความเครียดก็สามารถทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นการอักเสบ และการผลิตน้ำมันในผิวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผิวต่าง ๆ

 

Facelabs Facial Cleanser Pure Gel No.2 เจลล้างหน้าบริสุทธิ์ สูตรสำหรับผิวธรรมดา และผิวผสม ทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด อ่อนโยนไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้าง ผลลัพธที่จะตามมาต่อ Skin Balancing คือช่วยปรับสมดุลผิวให้ชุ่มชื้นดูสุขภาพดี พร้อมควบคุมความมัน ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดสิว

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล